อาร์เจนตินา เป็นผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก มีอัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายน อยู่ที่ 8.4% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 7.5 % และถือว่าสูงที่สุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลทำให้อัตราเงินเฟ้อในรอบ 12 เดือนของอาร์เจนตินาดีดตัวพุ่งสูงขึ้นอยู่ที่ 108.8 %
การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในอาร์เจนตินา ผลักดันให้ผู้คนในประเทศราว 1 ใน 4 กลายเป็นคนยากจน ทั้งที่เมื่อต้นทศวรรษที่ 1900 อาร์เจนตินาเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศร่ำรวยที่สุดในโลก
การต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ประกอบกับหนี้วัฏจักร และวิกฤตการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และเงินสํารอง ของธนาคารกลางที่ลดน้อยลงกําลังกระทบต่อการคลังของรัฐบาล
หนึ่งในชาวอาร์เจนตินาที่กำลังหาแผงขายผักที่ลดราคาในตลาดชานกรุงบัวโนสไอเรส บอกว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ อาร์เจนตินากลายเป็นประเทศขอทาน และทำให้คนคนหนึ่งสิ้นหวัง และต้องต่อสู้ชีวิตเพื่อให้มีเงินซื้อมะเขือเทศ หรือพริกหยวก
วิกฤตเงินเฟ้อกระทบต่อชาวอาร์เจนตินาอย่างไรบ้าง?
เมื่อสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สำนักงานสถิติของอาร์เจนตินาเปิดเผยว่า ประชาชนในประเทศประสบปัญหาความยากจนเพิ่มขึ้น 39.32 % ในช่วงครึ่งหลัง ของปี 2022 ซึ่งเพิ่มขึ้น 3 % จากช่วงครึ่งแรกของปีเดียวกัน
เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อเงินเดือน และอำนาจในการใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ถือว่าเป็นกลุ่มได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ชาวอาร์เจนตินาบอกว่า พวกเขาไปตลาดซื้อของในจำนวนเงินเท่าเดิม แต่พบว่าปริมาณสินค้าที่ได้รับลดลงครึ่งหนึ่ง อย่างเช่นเมื่อก่อนใช้เงิน 300 เปโซ อาร์เจนตินา หรือประมาณ 44 บาท ซื้อพริกหยวกได้ 1 กิโลกรัม แต่ตอนนี้เงินจำนวนเท่าเดิม ซื้อพริกหยวกได้แค่ ครึ่งกิโล
หรือแต่ก่อนซื้อแอปเปิล 2 กิโลกรัมในราคา 600 เปโซ อาร์เจนตินา หรือ 88 บาท แต่ตอนนี้เงิน 600 เปโซ อาร์เจนตินา ซื้อแอปเปิลได้แค่ 1 กิโลกรัมเท่านั้น
นอกจากนี้ผู้คนจำนวนมากต้องปรับพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง งดกิจกรรมนอกบ้าน เพื่อประหยัดเงิน บางคนถึงกับต้องขายรถทิ้งเพราะจ่ายค่าประกัน และค่าบำรุงรักษาไม่ไหว
สาเหตุที่ทำให้ชาวอาร์เจนตินายากจนเพิ่มขึ้น คืออะไร?
อาร์เจนตินา ซึ่งเผชิญกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้วถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาภัยแล้งครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อปีที่แล้ว
สถานการณ์ภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อการส่งออกถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลี ไปขายยังต่างประเทศ และเมื่อไม่มีสินค้าขาย ก็ไม่มีรายได้เข้าประเทศ และในที่สุดเงินทุนสำรองระหว่างประเทศร่อยหรอ และหมดไป
การไร้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ทำให้รัฐบาลอาร์เจนตินาไม่สามารถต่อสู้กับค่าเงินเปโซ อาร์เจนตินาที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก จากความผันผวนในตลาดเงินตราต่างประเทศ
เมื่อเดือนที่แล้วค่าเงินเปโซ อาร์เจนตินาสูญเสียมูลค่า 20% เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ภายในสัปดาห์เดียว ทำให้ค่าเงินเปโซ ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่เกือบ 500 เปโซ อาร์เจนตินาต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ค่าเงินที่อ่อนค่าลง ทำให้ข้อตกลงเงินกู้มูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์ของอาร์เจนตินากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศเกิดความตึงเครียด และส่งผลให้ราคาสินค้าต่างๆ ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น
เมื่อราคาสินค้าข้าวของมีราคาแพง ก็กระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ทำให้พวกเขาไม่พอใจ และแน่นอนว่า ต้องกระทบต่อความนิยมของพรรคเพโรนิสต์ (Peronist) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล
อย่างไรก็ตาม โฆษกพรรครัฐบาลอาร์เจนตินาบอกว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการต่อสู้กับเงินเฟ้อเพื่อลดราคาสินค้าอุปโภค บริโภค และรักษาระดับค่าจ้าง เพื่อบรรลุข้อตกลงที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
โดยความเคลื่อนไหวเหล่านี้จะมีขึ้น ก่อนการเลือกตั้งขั้นต้นในเดือนสิงหาคม และการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วไปในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องเงินเฟ้ออาจบั่นทอนโอกาสความเป็นไปได้ของ พรรคเพโรนิสต์ ในการคว้าชัยชนะในศึกการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมาถึง เพราะประชาชนได้เรียนรู้ถึงความเจ็บปวดและความยากลำบากที่เกิดขึ้น