"อิสราเอล" ถล่มฉนวนกาซาต่อเนื่อง ค่ายผู้ลี้ภัยเสียหายหนัก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เข้าสู่วันที่ 4 แล้วสำหรับสงครามระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล หลังจากที่ฮามาสเข้าโจมตีอิสราเอลอย่างหนักจากทางอากาศและภาคพื้นดินเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะสังหารคนไปเป็นจำนวนมาก พร้อมกับจับตัวประกันที่มีทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติไปหลายสิบคน

เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากประกาศปิดตายฉนวนกาซาซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาส อิสราเอลก็โจมตีทางอากาศซ้ำอย่างหนักที่สุดในรอบหลายปี การโจมตีทำให้กลุ่มฮามาสออกมาประกาศสวนก่อนช่วงเที่ยงคืนว่า หากอิสราเอลไม่หยุด จะเริ่มสังหารตัวประกัน

เป็นคืนที่ 3 แล้วที่ฉนวนกาซาถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงจากกองทัพอิสราเอลเสียงดังจากการระเบิดของขีปนาวุธดังกึกก้องท่ามกลางความเงียบ ท้องฟ้าแดงฉานด้วยเปลวเพลิงหลังขีปนาวุธกระทบกับเป้าหมาย

ชาวต่างชาติประเทศใดบ้าง ถูกสังหาร-จับเป็นตัวประกันในสงครามอิสราเอล-ฮามาส

พบศพกลุ่มติดอาวุธฮามาส 1,500 รายในดินแดนอิสราเอล

พอรุ่งสาง ชาวกาซาจำนวนมากพากันอพยพออกจากบ้านเรือน มุ่งหน้าไปหาที่ที่ปลอดภัยกว่าอยู่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ฉนวนกาซ่าถูกโจมตีอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่หนักหน่วงและรุนแรงเท่าในช่วง 3 คืนที่ผ่านมา

ฉนวนกาซ่ามีพื้นที่ประมาณ 360 กิโลเมตร ทางตะวันตกเฉียงใต้ติดกับอียิปต์ ทางเหนือและตะวันออกติดกับประเทศอิสราเอล และทางตะวันตกติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่นี่ถูกใช้เป็นที่พื้นกันชนระหว่างอียิปต์กับอิสราเอลหลังสงครามใหญ่ระหว่างโลกอาหรับและอิสราเอลเมื่อปี 1948 หลังจากนั้น อิราเอลก็ยึดมาเป็นของตนเองหลังทำสงครามและเอาชนะโลกอาหรับได้ใน ปี 1967

ข้อพิพาทระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอลเหนือดินแดนแห่งนี้จึงทวีความดุเดือดขึ้น ก่อนจะเริ่มเบาลงเมื่อปี 1993 หลังมีการทำข้อตกลงออสโล ข้อตกลงสันติภาพที่ให้ชาวปาเลสไตน์มีอำนาจการปกครองแบบจำกัดได้ในฉนวนกาซา

ปี 2006 เขตปกครองปาเลสไตน์มีการจัดการเลือกตั้ง กลุ่มฮามาสซึ่งมีแนวทางที่แข็งกร้าวและไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงออสโล สามารถเอาชนะการเลือกตั้งและขึ้นมาเป็นผู้ปกครองนับตั้งแต่นั้นมาที่นี่มีประชากรอยู่กว่า 2.2 ล้านคน จำนวนมากเป็นผู้ลี้ภัยและต้องอยู่ในค่ายที่แออัดยัดเยียด

จุดหนึ่งที่ถูกโจมตีเมื่อวานนี้คือค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา นั่นคือค่ายผู้ลี้ภัย Jabalia ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา คนที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยมีจำนวนกว่า 116,000 คน เป็นคนหรือลูกหลานของคนที่หนีจากสงครามระหว่างโลกอาหรับกับอิสราเอลครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1948 ปีที่อิสราเอลประกาศก่อตั้งประเทศ

ลักษณะของค่ายผู้ลี้ภัย Jabalia บางส่วนจะเป็นอาคารปูนหลายชั้นเนื่องจากพื้นที่มีจำกัด พื้นที่นี้อยู่ในความดูแลของ UNRWA หรือสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ ซึ่งตั้งขึ้นมา 1 ปีหลังสงครามอาหรับ-อิสราเอลครั้งแรกสิ้นสุดลง

UNRWA เป็นองค์กรสำคัญที่จัดการสวัสดิภาพทางสังคมและสาธารณสุขให้กับชาวปาเลสไตน์ที่เป็นเหยื่อสงคราม โดยผู้ที่บริจาคเงินสนับสนุนรายใหญ่คือ สหรัฐฯ สหภาพยุโรปและซาอุดีอาระเบียวันนี้ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้พังยับเยินจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ร่างผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้บาดเจ็บ ถูกนำตัวออกมาจากซากอาคารอย่างต่อเนื่อง

การโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่ฮามาสเข้าโจมตีอิสราเอล การโจมตีมีทั้งทางอากาศด้วยการยิงขีปนาวุธกว่า 5,000 ลูก รวมถึงกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปสังหารและจับตัวประกันได้หลายสิบคน

เวลา 23.45 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมา ในระหว่างที่เสียงระเบิดดังกึกก้องทั่วท้องฟ้าเหนือฉนวนกาซา โฆษกกองพลน้อย

อัลกอสซัม (Al-Qassam Brigades) ซึ่งเป็นปีกทหารของกลุ่มฮามาสออกมาประกาศว่า ถ้าอิสราเอลไม่ยุติการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมายและไม่มีการเตือนภัยก่อน ฮามาสจะเริ่มสังหารตัวประกันอิสราเอลทีละคน

หลังการประกาศของกลุ่มฮามาสที่ขู่สังหารตัวประกัน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลนั่งหัวโต๊ะในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ หนึ่งในวาระการหารือคือ การจัดตั้งรัฐบาลผสมแห่งชาติ โดยนำฝ่ายค้านเข้ามาด้วยโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อรับมือกับวิกฤตร้ายแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของประเทศ

ในช่วงการแถลงข่าวหลังการประชุม ผู้นำอิสราเอลออกมาประณามการกระทำของกลุ่มฮามาส โดยเปรียบเทียบความโหดร้ายและป่าเถื่อนของกลุ่มฮามาสกับกลุ่มรัฐอิสลามหรือ ISIS

ความโหดร้ายของกลุ่มฮามาสที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู พูดถึง ปรากฎชัดมากขึ้น หลังจากที่เมื่อวานนี้กองทัพอิสราเอลประกาศว่าสามารถควบคุมพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศที่ติดกับฉนวนกาซาได้หมดแล้ว

โดยพื้นที่ดังกล่าว เป็นเมืองและชุมชนต่างๆที่กองกำลังภาคพื้นดินของกลุ่มฮามาสสามารถแทรกซึมเข้ามาได้หลังจากฝ่าด่านและกำแพงที่กั้นฉนวนกาซาออกมาเมื่อเช้าวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา เช่น เขตซีเดฮอต (Sderot) แอชเคลอน (ASHKELON)

โดยหลังจากฝ่ากำแพงออกมาได้ กองกำลังฮามาสบุกเข้าไปในชุมชนของเขตเหล่านี้ ก่อนจะสังหารคนแบบไม่เลือกหน้า บางส่วนถูกจับเป็นตัวประกัน ในช่วงดังกล่าวมีการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างทหารอิสราเอลและฮามาส

หลังอิสราเอลยึดคืนและควบคุมพื้นที่ได้หมด ทหารอิสราเอลได้เข้าพื้นที่นำร่างผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกมาจากหลายจุด

ด้านเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของอิสราเอลก็ได้เข้าเคลียร์พื้นที่และพบร่างไร้ชีวิตจำนวนมากที่ชุมชนการเกษตรหรือคิปบุตซ์ที่ชื่อ Be’eri  คิปบุตซ์แห่งนี้เป็นคิปบุตซ์ขนาดเล็ก อยู่ไม่ไกลจากฉนวนกาซา จากภาพ เจ้าหน้าหน้าที่ช่วยกันลำเลียงนำร่างผู้เสียชีวิตจากการสังหารของฮามาสออกมาจากที่นั่น มีรอยเลือดปรากฎกระจัดกระจายไปทั่ว รายงานเบื้องต้นชี้ว่า เฉพาะที่คิปบุตซ์นี้ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า100 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากรในชุมชน

อีกจุดหนึ่งที่มีการสังหารหมู่คือ ที่เทศกาลดนตรีซูเปอร์โนวา ( Supernova Festival) ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีเพื่อสันติภาพ ที่จัดขึ้นในทะเลทรายเนเกฟ ทางตอนใต้ของอิสราเอลไม่ไกลมากนักจากฉนวนกาซ่า

ในขณะที่ผู้คนกำลังเพลิดเพลินกับเสียงดนตรี ก็มีจรวดหลายลูกถูกยิงมาถล่มในงาน และตามมาด้วยกลุ่มฮามาสที่บุกเข้ามาด้วยการใช้รถจักรยานยนต์พร้อมด้วยอาวุธหนัก ก่อนจะกราดยิงผู้คนแบบไม่เลือกหน้าเฉพาะที่นี่จุดเดียว มีผู้เสียชีวิต 260 คน ส่วนใหญ่มีอายุ 20-30 ปี ขณะที่หลายคนถูกจับเป็นตัวประกัน หนึ่งในผู้ที่รอดชีวิตจากเทศกาลดนตรีเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แม้จะสามารถควบคุมพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศได้แล้ว แต่สถานการณ์ที่ยังคงเปราะบางและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทำให้กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอลหรือ IAF แนะนำให้ประชาชนเตรียมพร้อมด้วยการตุนน้ำ อาหาร สิ่งของที่จำเป็นรวมถึงยาเวชภัณฑ์ต่างๆ ให้เพียงพอสำหรับอยู่ได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง

หลังการประกาศของกองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล ซุปเปอร์มาเกตและร้านค้าทั่วประเทศ รวมถึงที่กรุงเทลอาวีฟเมืองหลวง เต็มไปด้วยผู้คนที่มาต่อคิวซื้ออาหาร หลายคนซื้อเพื่อกักตุนไว้สำหรับครอบครัว จำนวนมากมาซื้อเพื่อแบ่งไปให้บรรดาทหารและกำลังพลสำรองที่กำลังจะออกไปปฏิบัติหน้าที่

นอกเหนือจากการกักตุนน้ำ อาหารและข้าวของที่จำเป็นแล้ว IAF ยังขอให้ชาวอิสราเอลหาที่ซ่อนหรือหลุมหลบภัยที่ใกล้ตัวที่สุดไว้ด้วยการประกาศให้ประชาชนเตรียมพร้อม เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่อิสราเอลประกาศระดมกำลังพลกว่า 300,000 นาย ซึ่งถือเป็นการระดมพลครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ โดยกำลังพลส่วนหนึ่งถูกเรียกตัวกลับมาจากต่างประเทศ

เมื่อคืนที่ผ่านมากองทัพอากาศของอิสราเอลเผยแพร่ภาพนี้ผ่านบัญชี X เป็นภาพของเครื่องบินกองทัพอากาศที่พาทหารจากกองกำลังป้องกันตนเองหรือ IAF ลงจอดที่สนามบินแห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า

เครื่องบิน Karnaf และ Shimshon ได้พาหน่วยรบ IAF หลายร้อยนายกลับสู่มาตุภูมิเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการ Swords War หรือ ปฏิบัติการดาบเหล็ก ที่มีเป้าหมายในการกำจัดกลุ่มฮามาสทั้งนี้กำลังพลที่ IAF จะระดมมีจำนวนทั้งสิ้น 300,000 นาย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศเมื่อ 75 ปีที่แล้ว

ในส่วนของอาวุธยุทโธปกรณ์และรถหุ้มเกราะก็มีการทยอยประจำการบริเวณชายแดนที่ติดกับฉนวนกาซ่าอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า อิสราเอลอาจเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซาเพื่อปราบกลุ่มฮามาสและช่วยเหลือตัวประกัน  แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญานความเคลื่อนไหวดังกล่าว มีเพียงการโจมตีทางอากาศ

และอีกมาตรการที่อิสราเอลใช้กดดันกลุ่มฮามาส คือการปิดล้อมฉนวนกาซาจากทุกทาง ไม่ให้มีการส่งน้ำ อาหาร ยา เวชภัณฑ์และสิ่งของที่จำเป็นอื่นๆ รวมถึงกระแสไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่

ฉนวนกาซาไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างสมบูรณ์เนื่องจากมีพื้นที่และทรัพยากรที่จำกัด ทำให้ต้องพึ่งพาการสิ่งของสำหรับอุปโภคบริโภคจากโลกภายนอกหากดูตามแผนที่ จะเห็นว่าการเข้าฉนวนกาซาทำได้ 2 ทางหลักๆ คือทางอิสราเอล ผ่านด่านความมั่นคงหรือช่องทางที่เรียกว่า ช่อง Erez  และอีกด้านคือ ทางอียิปต์ ผ่านช่องทางที่เรียกว่า ช่อง Rafah

นับตั้งแต่เมื่อวานเป็นต้นมา ทั้งสองช่องทางถูกปิดตายล่าสุดเลขาธิการยูเอ็นได้ออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อคืนที่ผ่านมา อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนัก หลังอิสราเอลประกาศปิดล้อมฉนวนกาซาโดยสมบูรณ์

 โดยเลขาธิการยูเอ็นระบุว่า เขารู้สึกกังวลใจอย่างมาก หลังจากช่องทางการส่งน้ำ อาหาร ยาและเวซภัณฑ์ รวมถึงกระแสไฟฟ้าที่เข้าไปฉนวนกาซาถูกตัดขาดทั้งหมด และผู้คนที่นั่น กำลังเผชิญกับการขาดแคลนสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตอย่างหนัก ที่น่าห่วงที่สุดคือ น้ำสะอาดสำหรับดื่ม

เลขาธิการยูเอ็นระบุว่า กำลังประสานงานเพื่อขอเจรจาให้มีการเปิดเส้นทางมนุษยธรรมหรือ Humanitarian Corridor เพื่อให้พลเรือนที่จำนวนมากเป็นเด็กและผู้หญิง ได้เข้าถึงปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในชีวิตอย่างน้ำดื่ม อาหารและยารักษาโรค เนื่องจากขณะนี้โรงพยาบาลในฉนวนกาซากำลังประสบภาวะขาดแคลนเวชภัณฑ์อย่างหนัก

สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สำนักข่าวอัลจาซีราระบุว่า จนถึงขณะนี้ฝ่ายปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 787 ราย ส่วนฝ่ายอิสราเอลเสียชีวิตประมาณ 900 ราย 

“ฉนวนกาซา” คือที่ไหน? บ้านหลังสุดท้ายหรือกรงขังชาวปาเลสไตน์

อิสราเอล ปิดล้อม "ฉนวนกาซา" ทุกด้าน ตัดน้ำ-ตัดไฟฟ้า –อาหาร

เปิดปฏิทินวันหยุดตุลาคม 2566 เช็กวันหยุดราชการ-วันสำคัญ

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ