พื้นที่บริเวณชายแดนในอิสราเอลที่เต็มไปด้วยพืชไร่และฟาร์มโคนม ถือเป็นส่วนสำคัญของการทำเกษตรกรรมของประเทศ เนื่องจากผลผลิตถูกส่งไปให้กับผู้คนในประเทศได้บริโภค และยังส่งออกไปยังตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อแรงงานเกษตรกรในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะเกษตรกรชาวต่างชาติที่ทำงานในพื้นที่การเกษตรบริเวณชายแดนระหว่างอิสราเอลและฉนวนกาซาต้องหนีออกจากพื้นที่ ส่วนเกษตรกรชาวปาเลสไตน์ซึ่งทำงานที่นั่นมานานหลายปีก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามาทำงาน
UN ห่วง "ฉนวนกาซา"โกลาหล ชาวบ้านปล้นคลังบรรเทาทุกข์
เรเชล ไคเซอร์ หนึ่งในเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกชาวอิสราเอลกว่า 1,000 ไร่ บอกว่า ก่อนหน้านี้เธอมีเกษตรกรจากประเทศไทย 10 คน แต่ตอนนี้สถานการณ์บริเวณชายแดนตึงเครียดขึ้นทำให้ส่วนใหญ่เดินทางกลับไปประเทศไปแล้ว
การขาดแคลนเกษตรกรบริเวณชายแดนทำให้เจ้าของพื้นที่ทำการเกษตรต้องขอให้อาสาสมัครจากเมืองต่าง ๆ ในอิสราเอลเข้ามาช่วย แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะงานในฟาร์มค่อนข้างจะเยอะมาก
"งานเยอะมากค่ะ ตอนนี้ถ้าเราเสร็จสิ้นการเด็ดผลนี้ มันไม่เพียงพอค่ะ ครึ่งเมตร เราต้องตัดใบใบทั้งหมด งานเยอะ งานเยอะมากจริง ๆ มันไม่ใช่แค่เด็ดผลพวกนี้ออกจากต้น เราต้องเปิดน้ำ เราต้องทำในตอนกลางคืน เราต้องทำในช่วงกลางดึก เฉพาะคนงานเท่านั้นที่พวกเขาสามารถทำได้ คนอื่นทำไม่ได้ค่ะ" ไคเซอร์กล่าว
นอกเหนือจากพื้นที่เพาะปลูกของหญิงคนนี้แล้ว ยังมีฟาร์มอื่น ๆ ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน เกษตรกรรุ่นที่สามของครอบครัวชาวอิสราเอลรายหนึ่งบอกว่า ตอนนี้เขากังวลว่า ผักกาดหอมจะเน่าในพื้นที่เพาะปลูก และตอนนี้พวกเขาเหลือเวลาเก็บอีกแค่ 5 วัน ไม่อย่างนั้นก็จะต้องทิ้งผักทั้งหมดลงในถังขยะ
ทั้งนี้ อิสราเอลมีอุตสาหกรรมการเกษตรที่มีการพัฒนาก้าวหน้าระดับสูง แม้ว่าตามภูมิศาสตร์แล้วมีพื้นที่ครึ่งหนึ่งที่เป็นทะเลทราย อย่างไรก็ตามประเทศแห่งนี้เป็นผู้ส่งออกผักผลไม้สดรายใหญ่ และเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการเกษตร
สมาคมเกษตรกรอิสราเอลระบุว่า ผักที่ปลูกประมาณ 75% ของทั้งหมด รวมถึงผลไม้อีก 20% และผลผลิตนม 6% มาจากพื้นที่เพาะปลูกใกล้ชายแดนกาซา
อย่างไรก็ตาม การเกษตรของอิสราเอลบริเวณชายแดนดังกล่าวต้องอาศัยแรงงานต่างชาติเป็นอย่างมาก และส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากประเทศไทย รวมถึงชาวกาซา ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในพื้นที่อิสราเอล
ภาพจาก Reuters
ลดเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 อย่างละ 1 บาทต่อลิตร รวม 2.50 บาท