อิสราเอล ขู่ถล่มเลบานอน หาก "ฮิซบอลเลาะห์" ทำสงคราม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสที่เข้าสู่เดือนที่ 3 ยังคงทวีความรุนแรงและสร้างความเสียหายมหาศาลทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวกาซา ตอนนี้จุดปะทะหลักระหว่างทั้งสองฝ่ายอยู่ที่ข่าน ยูนิส เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ไม่ไกลจากชายแดนอียิปต์

โดยกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอลหรือ IDF ระบุว่าได้ล้อมบ้านของผู้นำกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาไว้แล้ว นอกจากการสู้รบที่ดุเดือดในฉนวนกาซาแล้ว ล่าสุดอิสราเอลออกมาส่งสัญญาณว่าพร้อมเปิดสงครามกับเลบานอนเพื่อนบ้านทางตอนเหนือเช่นเดียวกัน

คำเตือนดังกล่าวมาจากเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่มีขึ้นขณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมแนวรบทางตอนเหนือของอิสราเอล โดยแนวรบด้านนี้ทำ หน้าที่รับมือกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ศัตรูอีกรายของอิสราเอล

กองทัพอิสราเอลรุกถึงใจกลางกาซาแล้ว คาดผู้นำฮามาสหลบอยู่ใต้ดิน

อิสราเอล ปิดล้อมบ้านของผู้นำกลุ่มฮามาสในข่าน ยูนิส

ผู้นำอิสราเอลพูดย้ำแบบชัดเจนหนักแน่นกับบรรดาทหารว่า หากกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ตัดสินใจเปิดสงครามกับอิสราเอลเต็มรูปแบบ กองทัพจะทำให้กรุงเบรุตของเลบานอนมีสภาพไม่ต่างจากฉนวนกาซาในเวลานี้

การออกโรงเตือนของผู้นำอิสราเอล มีขึ้นหลังจากเมื่อวานนี้สำนักข่าวของอิสราเอลรายงานว่า ขีปนาวุธชนิดล็อกเป้าของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ได้สังหารพลเรือนอิสราเอล ที่อยู่ในฟัสซูตา เมืองทางตอนเหนือของประเทศ

ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวเป็นชายวัย 60 ปี บรรดาญาติๆ และเพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิต ได้ร่วมกันจัดพิธีศพตามหลักศาสนาท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

หลังเกิดเหตุไม่ชั่วโมง วันนี้กองทัพอากาศอิสราเอล ได้เผยแพร่ภาพการโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ เพื่อตอบโต้การสังหารชาวอิสราเอลออกมา พร้อมกับระบุว่า จุดที่โจมตีเป็นจุดที่กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ใช้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล สถานที่ปฏิบัติการทางการทหาร และป้อมสังเกตการณ์

การโจมตีกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ครั้งแรกของ IDF ที่ผ่านมา อิสราเอลได้ดวลกระสุนปืนใหญ่กับกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เกือบทุกวันตั้งแต่ช่วงต้นของสงคราม การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน ทำให้มีคนเจ็บและผู้เสียชีวิตหลายราย ซึ่งกรณีที่หลายฝ่ายติดตามอย่างต่อเนื่อง คือ การโจมตีกลุ่มนักข่าวของรอยเตอร์ส สำนักข่าวชื่อดัง เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด กลุ่มผู้เชี่ยวชาญออกมายืนยันว่าผู้ที่โจมตีนักข่าวกลุ่มนี้คือ กองทัพอิสราเอล สำนักข่าวรอยเตอร์สและเอเอฟพี ได้เปิดเผยรายงานผลการสืบสวนหาความจริงเกี่ยวกับเหตุโจมตีกลุ่มนักข่าว 7 คน บริเวณพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา

การโจมตีในวันนั้นทำให้ อิสซาม อับดัลลาห์ นักข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ส วัย 37 ปี เสียชีวิต ส่วนอีก 6 คน ได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุด หลังการตรวจสอบด้วยการวิเคราะห์เหตุการณ์จากภาพวิดีโอ ภาพจากดาวเทียม ข้อมูลจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ ตลอดจนวัตถุพยาน เช่น เศษกระสุนชนิด 120 มม.

ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงสรุปว่า ผู้ที่โจมตีนักข่าวกลุ่มนี้คือ รถถังของกอทัพอิสราเอล เพราะกระสุนชนิด 120 มิลลิเมตร เป็นกระสุนที่ใช้กับรถถังเมอร์คาวาของอิสราเอล และการโจมตีนี้อาจเป็นการโจมตีแบบจงใจ เพราะเป็นการยิงกระสุนไปยังเป้าหมายที่เป็นกลุ่มนักข่าวถึงสองครั้ง

หลังจากมีการเปิดเผยข้อสรุปเรื่องการโจมตีนักข่าวออกมา หลายฝ่ายก็ได้ออกมาประณามและเรียกร้องให้อิสราเอลตรวจสอบ ตลอดจนรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

อเลสซานดรา แกลโลนี บรรณาธิการบริหารของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ได้ออกมาประณามสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ทางการอิสราเอลอธิบายเรื่องนี้และนำผู้ที่ทำผิดมารับโทษ ก่อนที่เธอจะย้ำว่า สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานข่าวเป็นอิสระ แม่นยำ และไม่มีการเอนเอียง โดยสิ่งที่จะทำให้หลักการเหล่านี้อยู่ต่อไปได้คือ ความปลอดภัยของนักข่าว

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญจากฮิวแมนไรท์วอชและแอมเนสตี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน ได้จัดประชุมและแถลงข่าวโดยระบุว่า การโจมตีแบบล็อกเป้าพลเรือนและนักข่าวที่เกิดขึ้น ถือเป็นอาชญากรรมสงครามและควรมีการสืบสวนคดีนี้อย่างจริงจัง

ด้านแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างการรับรองเดวิด คาเมรอน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร  ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ โดยระบุว่า สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิสราเอลตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ และสหรัฐฯ คาดหวังผลการสืบสวนที่จะออกมาหลังจากนี้

หลังจากที่สำนักข่าวรอยเตอร์สและเอเอฟพี ออกมาเปิดเผยผลการสืบสวนเรื่องดังกล่าว อีลอน เลวี โฆษกประจำรัฐบาลอิสราเอล ได้ออกมาแถลงว่า อิสราเอลยังไม่ได้รับรายงานพิเศษฉบับดังกล่าว แต่จุดยืนในการทำสงครามของอิสราเอลชัดเจนว่ามุ่งเป้าโจมตีแค่กลุ่มฮามาส และอิสราเอลไม่นับพลเรือนเป็นเป้าโจมตี ตลอดจนทำทุกทางเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับพลเรือนในขณะที่ทำสงครามไล่ล่ากลุ่มฮามาส

ท่ามกลางความตึงเครียดจากทั้งการขู่กลุ่มเฮซบอลเลาะห์และผลการสืบสวนปมรถถังอิสราเอลสังหารนักข่าว

การสู้รบในฉนวนกาซายังดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดตลอดทั้งวันทั้งคืน โดยเฉพาะที่เมืองข่าน ยูนิส ทางตอนใต้

ภาพวิดีโอของท้องฟ้าในฉนวนกาซาทางใต้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเผยให้เห็นกลุ่มควันดำพวยพุ่ง และสะเก็ดลูกไฟจากการถล่มโจมตีอย่างหนักของกองกำลังอิสราเอล

ตอนนี้เมืองทางตอนใต้ที่ถูกโจมตีอย่างหนักคือ ข่าน ยูนิส เนื่องจากกองทัพอิสราเอลต้องการกำจัดยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ที่เชื่อว่าหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักที่เมืองแห่งนี้

อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายกังวลและออกมาเตือนว่า การเปิดปฏิบัติการในฉนวนกาซาใต้ อาจทำให้เกิดหายนะและอันตรายต่อพลเรือนจำนวนมาก เพราะชาวกาซาส่วนใหญ่ ได้ลี้ภัยจากทางเหนือลงมาที่นี่ตั้งแต่ช่วงต้นของสงครามตามคำสั่งของอิสราเอล ชาวกาซาส่วนใหญ่ที่อพยพลงมาพื้นที่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซาระบุว่า พวกเขากังวลเรื่องการขาดแคลนอาหาร เพราะตอนนี้อาหารหายากมาก แม้แต่ในร้านค้าก็เริ่มไม่มีของขายแล้ว

ด้านริชาร์ด พีเพอร์คอน ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำฉนวนกาซา ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลในเมืองข่าน ยูนิส

หลังจากที่ได้เห็นสภาพของโรงพยาบาลในพื้นที่  ผู้แทนองค์การอนามัยโลกระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขในฉนวนกาซาวิกฤตหนักและล่มสลายแล้ว

ขณะเดียวกัน บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การแพทย์ไร้พรมแดนสากล หรือ MSF ซึ่งทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขในพื้นที่วิกฤต ได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ณ ที่ทำการในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

นายแพทย์คริสตอส คริสโต ประธานของ MSF บอกกับที่ประชุมว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซาตอนนี้ย่ำแย่และเลวร้ายเกินกว่าจะเรียกว่าวิกฤตด้านมนุษยธรรมแล้ว และคู่ขัดแย้งควรทำข้อตกลงหยุดโจมตี ยุติการปิดล้อม อนุญาตให้ประชาชนเข้าถึงปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ด้านมาร์ติน กริฟฟิธส์ รองเลขาธิการฝ่ายกิจการด้านมนุษยธรรมและผู้ประสานงานการบรรเทาเหตุฉุกเฉินแห่งสหประชาชาติ ก็ได้ออกมาแถลงว่า ตอนนี้สหประชาชาติกำลังเจรจากับอิสราเอล เพื่อเปิดจุดผ่านแดนบริเวณ เคเรม ชาลอม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนอีกแห่งทางด้านตะวันตกของฉนวนกาซาสำหรับขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยการเจรจาตอนนี้เป็นไปได้ด้วยดีและมีสัญญาณว่าจะบรรลุผลในอีกไม่ช้า

นอกจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว เมื่อวานนี้ อิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่าน ก็ได้พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซา ขณะที่หารือร่วมกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวว่าสาเหตุที่ทำให้ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาทุกข์ทรมาน เป็นผลมาจากการตัดสินที่ทำโดยฝ่ายเดียวและระบบการเมืองโลกที่ไม่ยุติธรรมขณะเดียวกัน เขาได้เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซาว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญกรรมต่อมนุษยชาติ

ท่ามกลางการโจมตีอย่างหนักทั่วฉนวนกาซา หลายฝ่ายพยายามผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายลงนามข้อตกลงหยุดยิง เพื่อยุติหายนะขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรรายสำคัญของอิสราเอล ออกมาส่งสัญญาณว่าข้อตกลงหยุดโจมตีอาจไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้

จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงว่า ตอนนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังไม่เข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงร่วมกันในประเด็นการหยุดยิงหรือการปล่อยตัวประกัน แต่สหรัฐฯ ก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อหาข้อมูลของตัวประกันที่ยังถูกคุมขังอยู่ในฉนวนกาซา

นอกจากการปล่อยตัวประกันแล้ว วันนี้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ได้รายงานประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ คือ การจับกุมชายหลายคนในฉนวนกาซาโดยกองทัพอิสราเอล

สาเหตุที่ทำให้หลายฝ่ายให้ความสนใจคือ การถูกสั่งให้เปลื้องผ้าจนเหลือแต่ชุดชั้นใน คุกเข่าลงบนถนน สวมผ้าปิดตา และบรรจุลงบนเตียงบรรทุกสัมภาระของยานพาหนะทางการทหาร ซึ่งถือเป็นการทำให้อับอาย ญาติและคนใกล้ชิดของชายที่อยู่ในรูป ระบุต่อผู้สื่อข่าว CNN ว่า บางคนเป็นพลเรือน ไม่ใช่กลุ่มก่อการร้าย

ผู้ที่เผยแพร่ภาพนี้คือ กลุ่มติดตามสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป-เมดิเตอร์เรเนียน โดยระบุว่า กองกำลังอิสราเอลดำเนินการจับกุมชายเหล่านี้ซึ่งมีทั้งผู้พลัดถิ่น แพทย์ นักวิชาการ นักข่าว และชายสูงอายุ แบบสุ่มและตามอำเภอใจ

อย่างไรก็ดี ทางการอิสราเอลยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นหรือชี้แจงในประเด็นนี้

เปิดใจ! ครูขายโรตีเลี้ยงชีพ หลังโดน ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดให้ออกจากราชการ

กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566

เปิดสถิติหวยออกย้อนหลัง 15 ปี งวด 16 ธันวาคม

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ