เหตุระเบิดครั้งใหญ่ในอิหร่าน เกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ที่เมืองเคอร์มาน ทางตอนใต้ของประเทศ ในสถานที่ที่ฝังร่างของพลตรีกอซิม สุไลมานี นายทหารผู้ทรงอิทธิพล ที่ถูกสหรัฐฯ ส่งโดรนไปล็อกเป้าสังหารเมื่อปี 2020
ระหว่างที่ประชาชนจำนวนมากรวมตัวกันที่สุสานเพื่อรำลึกถึงการจากไปของนายพลรายนี้ ระเบิดครั้งแรกก็เกิดขึ้น โดยห่างจากที่ฝังศพของนายพลสุไลมานีประมาณ 700 เมตร หลังจากนั้นประมาณ 20 นาทีจึงเกิดระเบิดครั้งที่ 2 ขึ้น ในระหว่างที่ผู้คนกำลังเร่งช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
ระเบิดกลางพิธีรำลึกนายพลอิหร่าน ตายกว่า 100 ศพ
ผลจากแรงระเบิดทั้ง 2 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 103 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก หลังเกิดเหตุการณ์ อิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้ออกมาระบุว่า ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า อิสราเอลคือผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ และประกาศจะตอบโต้ล้างแค้นให้สาสม อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนที่ผ่านมา กลุ่มก่อการร้าย ISIS สาขาอัฟกานิสถาน หรือ ISIS-K ออกมาระบุว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น
จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงข่าวโดยระบุว่า สหรัฐฯ ไม่สงสัยเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอิหร่านเป็นฝีมือของกลุ่ม ISIS-K แต่สหรัฐฯ ก็ยังไม่สามารถประเมินความสามารถของกลุ่ม ISIS-K บนพื้นฐานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ และกลุ่ม ISIS-K ยังคงก่อให้เกิดภัยคุกคามในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างเห็นได้ชัด
ISIS-K กลุ่มติดอาวุธศัตรูอิหร่าน
กลุ่ม ISIS-K คือใคร และอะไรคือสาเหตุที่ทำให้กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ISIS-K หรือ Islamic State Khorasan เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่แตกตัวมาจาก ISIS หลัก จุดกำเนิดของ ISIS หลักเริ่มต้นบนแผ่นดินอิรัก ย้อนกลับไปเมื่อปี 2003 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช สั่งโจมตีอิรักเพื่อโค่นล้มประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน เมื่อประธานาธิบดีซัดดัมเสียชีวิต สหรัฐฯ พยายามสร้างอิรักใหม่ด้วยการถอนรากถอนโคนมรดกของซัดดัม รวมถึงปลดทหารที่เป็นมุสลิมนิกายสุหนี่กว่า 300,000 นาย
หนึ่งในสมาชิกอัลไกดาในอิรัก อาบู มูซาบ อัล ซาคาวี เห็นจังหวะ ระดมเอาทหารที่โกรธแค้น จับอาวุธสู้กับรัฐบาลชีอะห์ที่ขึ้นมามีอำนาจได้เนื่องจากสหรัฐฯ หนุนหลัง และกลายเป็นสงครามกลางเมืองระหว่าง 2 นิกาย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการนองเลือดมากที่สุด เพื่อกดดันให้สหรัฐฯ ถอนทหารจากอิรัก และไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือ การตั้งรัฐอิสลาม ซาคาวีถูกสหรัฐฯ สังหารได้ หลังจากนั้นสหรัฐฯ ตัดสินใจถอนทหารจากอิรัก
ISIS ได้ผู้นำคนใหม่คือ อาบู บากา อัล บักห์ดาดี เมื่อไม่มีทหารสหรัฐฯ ในอิรัก กลุ่ม ISIS ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากยิ่งขี้น และบุกเข้าไปในหลายเมืองของซีเรียและกลับมายึดอิรักได้เกือบครึ่งประเทศ ก่อนจะประกาศตั้งรัฐอิสลามที่เมืองโมซุลในปี 2014
ISIS-K เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ประกาศสวามิภักดิ์กับ ISIS หลักในอิรักและซีเรีย Counter Extremism Project ที่มีสำนักงานในนิวยอร์กระบุว่า ISIS-K ได้ถูกรับเข้าภายใต้ร่มธงของ ISIS หลักเมื่อเดือนมกราคม 2015
หลังจากนั้น ISIS-K ก็ได้รับเงินสนับสนุนจาก ISIS หลักเรื่อยมา กลุ่ม ISIS ได้สร้างเครือข่ายและบริจาคเงินเช่นนี้ให้กับกลุ่ม IS อีกหลายพื้นที่ของโลก เช่น ลิเบีย อียิปต์ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ เพื่อการขยายขอบเขตและแนวคิดของกลุ่ม
สาขา ISIS ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดสาขาหนึ่งคือ ISIS-K ในอัฟกานิสถาน ISIS-K มีฐานที่มั่นหลักอยู่ที่ภาคตะวันออกในจังหวัดนานการ์ฮา ของอัฟกานิสถาน และมีพื้นที่ปฏิบัติการครอบคลุมในจังหวัดคูนาร์รวมถึงบางส่วนของกรุงคาบูล เมืองหลวงเป้าหมายของ ISIS-K คือ การตั้งรัฐอิสลามในอัฟกานิสถาน
อย่างไรก็ตาม ISIS-K ไม่ได้มีกำลังและทรัพยากรเหมือนกับ ISIS ในอิรัก แผนของ ISIS-K จึงไม่ได้ทะเยอทะยานมาก และปฏิบัติการต่างๆ จะเป็นปฏิบัติการย่อยๆ เท่านั้น
Counter Extremism Project คาดการณ์ว่า ISIS-K มีกองกำลังอยู่ประมาณ 2,000 คน แต่คาดว่าหลังจากนี้จำนวนจะมากขึ้น จากการขึ้นมามีอำนาจของตาลีบัน
สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น คือการหลั่งไหลของบรรดาคนที่เรียกตัวเองว่านักรบจีฮัดจากปากีสถานและเอเชียกลางมายังอัฟกานิสถาน เพื่อใช้เป็นที่กบดานและเป็นฐานที่มั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากฐานหลักในซีเรียและอิรักถูกตีแตกไปแล้ว
ที่ผ่านมา ISIS-K ปฏิบัติการก่อการร้ายในอัฟกานิสถานหลายครั้ง
เดือนพฤษภาคม 2020 โจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายที่แผนกแม่และเด็กของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล มีผู้เสียชีวิต 24 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมชีอะห์ โจมตีมหาวิทยาลัยคาบูลเมื่อเดือนพฤศจิกายนและยิงจรวดใส่สนามบินนานาชาติในเดือนถัดมา นอกจากนี้ กลุ่ม ISIS-K โจมตีคุกทางตะวันออกของอัฟกานิสถานเพื่อปลดปล่อยสมาชิกที่ถูกขังอยู่กว่า 400 คน และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้น 39 ราย
แต่การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของกลุ่ม ISIS-K คือ การโจมตีทหารสหรัฐฯระหว่างการอพยพคนออกจากอัฟกานิสถาน หลังจากที่ตาลีบันยึดประเทศคืนได้เมื่อปี 2021เหตุระเบิดเกิดขึ้นที่สนามบินคาบูลในระหว่างที่ทหารสหรัฐฯ กำลังเร่งอพยพคนออกจากอัฟกานิสถานเป็นวันสุดท้าย ทำให้มีคนเสียชีวิตกว่า 200 ราย โดยในจำนวนนี้ 13 ราย เป็นหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง ISIS-K กับกลุ่มตาลีบันนั้น Counter Extremism Project ระบุว่าทั้งสองกลุ่มเป็นศัตรูกัน เนื่องจากความแตกต่างด้านอุดมการณ์ ส่วนสาเหตุที่กลุ่ม ISIS-K พุ่งเป้าโจมตีไปที่เมืองเคอร์มานของอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านเป็นศัตรูชาวมุสลิมชีอะห์ ซึ่งถือเป็นศัตรูต่างนิกายของ ISIS-K ที่เป็นมุสลิมสุหนี่
การวางระเบิดเนื่องในวันครบรอบการเสียชีวิตของนายพลสุไลมานี อาจเกี่ยวข้องกับความบาดหมางที่กลุ่ม ISIS มีต่ออดีตหัวหน้ากองกำลังฆุดส์รายนี้ด้วย เพราะนายพลสุไลมานีเป็นผู้สร้างเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธชีอะห์ในซีเรียและอิรักเพื่อขับไล่กลุ่ม ISIS ที่อยู่ที่นั่น รวมถึงลงไปควบคุมการปราบปรามกลุ่ม ISIS ด้วยตนเอง
ส่วนสาเหตุที่อิหร่านต้องปราบปรามกลุ่ม ISIS ในอัฟกานิสถาน เนื่องจากอิหร่านกังวลว่ากลุ่ม ISIS จะก้าวขึ้นมามีอำนาจและต่อต้านนิกายชีอะห์ของตนเองในอัฟกานิสถาน รวมถึงกังวลว่ากลุ่ม ISIS จะมารับสมัครผู้ก่อการร้ายใหม่ที่เป็นชาวมุสลิมนิกายสุหนี่ในอิหร่าน
สหรัฐฯ สังหารนายทหารกลางเมืองหลวงอิรัก
การส่งสัญญาณเข้ามาร่วมวงความขัดแย้งของกลุ่ม ISIS-K ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางซับซ้อนขึ้น ขณะเดียวกัน ก็มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ขึ้น คือ การที่สหรัฐฯ ใช้โดรนโจมตีไปที่กรุงแบกแดด เมืองหลวงอิรัก
เมื่อวานนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศตอบโต้ใส่เจ้าหน้าที่ทางการทหารระดับสูงของอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
นายพลจัตวาแพทริก ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงข่าวยืนยันปฏิบัติการและให้รายละเอียดสิ่งที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีใส่ มัชตัก จาวัด คาซิม อัล-จาวารี อดีตผู้นำกองพันฮาราคัต-อัล-นูจาบา กองพันติดอาวุธอิสลามนิกายชีอะห์ในอิรัก ซึ่งอยู่เบื้องหลังการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรีย ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา โดยการโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีเพื่อปกป้องตนเองของสหรัฐฯ และไม่มีประชาชนได้รับอันตราย
นอกจากอดีตผู้นำกองพันฮาราคัตแล้ว นายทหารระดับสูงอีกคนที่ถูกสังหารในครั้งนี้ คือ มัชตัก ทาลิบ อัล-ซายดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Popular Mobilisation Forces หรือ PMF หน่วยงานหลักที่ควบคุมกองพันฮาราคัต-อัล-นูจาบา ก่อนที่โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะกล่าวปิดท้ายว่า อิรักคือพันธมิตรที่มีค่าและสำคัญสำหรับสหรัฐฯ และการที่มีทหารสหรัฐฯ ในอิรักก็เป็นไปตามคำเชิญของรัฐบาลอิรัก โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยและให้คำแนะนำแก่ทหารอิรักในการทำภารกิจปราบขบวนการ ISIS
หลังจากการเสียชีวิต บรรดาผู้สนับสนุนอัล-ซายดี ได้มารวมตัวกันแห่โลงศพของเขาที่มีธงสัญลักษณ์ของกองพันคลุมอยู่ พร้อมกับเดินขบวนถือธงไปทั่วกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก
ด้านโมฮัมเหม็ด ชีอาห์ อัล-ซูดานี นายกรัฐมนตรีอิรัก ได้เรียกการโจมตีดังกล่าวของสหรัฐฯ ว่าเป็น “การยกระดับและการรุกรานที่เป็นอันตราย” ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของอิรัก ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีดังกล่าว โดยเรียกว่าเป็น “การรุกราน” ต่อสถานที่โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงของอิรัก และอิรักขอสงวนสิทธิ์ที่จะแสดงจุดยืนที่มั่นคง ตลอดจนใช้มาตรการทั้งหมดที่มีเพื่อขัดขวางใครก็ตาม ที่พยายามทำลายที่ดินและกองกำลังความมั่นคงของประเทศ
อิสราเอลซ้อมรบด้วยกระสุนจริงบนที่ราบสูงโกลัน
นอกจากสถานการณ์ในอิหร่านและอิรัก ตอนนี้อิสราเอลเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ออกมาส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจรุนแรงกว่าเดิม เพราะในขณะที่เปิดศึกกับฮามาสในฉนวนกาซา ล่าสุดอิสราเอลจัดซ้อมรบด้วยกระสุนจริงในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
เมื่อวานนี้ กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล ได้จัดการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงขึ้น บนที่ราบสูงโกลัน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ติดกับพรมแดนของเลบานอนและซีเรีย
ที่ราบสูงโกลันแห่งนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ทางการทหารของอิสราเอล เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงสามารถสอดส่องกิจกรรมหรือความเคลื่อนไหวทางทหารในดินแดนซีเรียได้ ตลอดจนเป็นปราการชั้นดีสำหรับอิสราเอลในการป้องกันการยกทัพโจมตีของกองทัพซีเรีย
สาเหตุที่หลายฝ่ายกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนที่ราบสูงโกลัน เป็นเพราะการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงครั้งนี้ มีขึ้นหลังกลุ่มฮามาสออกมาระบุว่า อิสราเอลคือผู้อยู่เบื้องหลังการส่งโดรนไปสังหารซาเลห์ อัล-อารูรี รองหัวหน้าฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาส ขณะที่อยู่ในอาคารแห่งหนึ่ง กลางเมืองหลวงเลบานอน
นอกจากนี้ การซ้อมรบยังเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ทางการทหารระดับสูงของอิสราเอล ทั้งพลเรือตรีแดเนียล ฮาการี โฆษกกองกำลังป้องกันตนเอง IDF โยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเฮอร์ซี ฮาเลวี ประธานคณะเสนาธิการทางการทหรอิสราเอล ออกมายืนยันตรงกันว่า อิสราเอลพร้อมทำศึกในทุกๆ ด้าน รวมถึงกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ที่มีฐานที่มั่นอยู่ในเลบานอนด้วย
"บลิงเคน" เยือนหลายชาติในตะวันออกกลาง
ด้วยสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นในหลายประเทศของภูมิภาคตะวันออกกลาง จนหลายฝ่ายกังวลว่าความขัดแย้งต่างๆ อาจกลายเป็นสงครามใหญ่ระดับภูมิภาค ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ต้องออกเดินทางเยือนตะวันออกกกลางอีกครั้ง
เมื่อคืนที่ผ่านมา แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกเดินทางโดยเครื่องบิน มุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลางเพื่อหารือประเด็นต่างๆ ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ตามกำหนดการ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนอิสราเอล เวสต์แบงก์ ตุรกี กรีซ จอร์แดน กาตาร์ สหรัฐฯ อาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และอียิปต์ ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้
วันหยุดเดือนมกราคม 2567 เช็กวันหยุดราชการ-หยุดยาววันไหนบ้าง
อัปเดต!“เงินอุดหนุนบุตร 2567”เงื่อนไขรับสิทธิ-ปฏิทินรับเงินเช็กที่นี่!