นับตั้งแต่คืนแรกของเดือนมกราคม หน่วยงานท้องถิ่นของแต่ละรัฐในสหรัฐจะนับหัวคนไร้บ้านทั้งที่มาขอข้าวกินตามศูนย์พักพิง ศูนย์ช่วยเหลือ กับคนไร้บ้านที่ไปนอนหนาวอยู่ข้างถนน เจ้าหน้าที่จะเก็บสำรวจตลอดทั้งปี แล้วก็รวบรวมส่งตัวเลขมาให้รัฐบาลกลาง โดยจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นจนเห็นได้ชัดคือนับตั้งแต่โควิด 19 ระบาดจนผ่านพ้นไป มากกว่า 12% ของคนอเมริกันอยู่ใต้เส้นความยากจน คือหมายความว่ามีปัญหาในการในการประทังชีวิตมากๆ
รัฐนิวยอร์ก ถือเป็นเมืองที่เจริญแห่งหนึ่งของโลก แต่กลับกลายเป็นรัฐที่มีจำนวนคนไร้บ้านเยอะมากที่สุดนั่และครองแชมป์มายาวนาน จากปีที่แล้วตัวเลขคนไร้บ้านอยู่ที่ 29,022 คน ตามมาด้วยรัฐโคโลราโด ที่ 2 รัฐแมสซาชูเซสต์สที่ 3 ฟลอริดาที่ 4 และ แคลิฟอร์เนีย ที่ 5 ทุกคนจะเห็นว่ารัฐใหญ่ๆ ที่แต่มีแต่ความเจริญ ตัวเลขของคนไร้บ้านก็เจริญตามไปด้วย
ราคาบ้านเช่าที่สูงขึ้นกลายเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับชาวอเมริกัน ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากกระทรวงการเคหะและพัฒนาเมืองของสหรัฐรายงานว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่มีภาระเรื่องค่าเช่าบ้าน และพวกเขาก็ต้องเจียดเอาเงินเดือนตัวเองออกมาจ่ายค่าเช่าประมาณ 30% หรือบางคน 50% ของเงินเดือน ซึ่งนี่ยังไม่รวมค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก และทุกรัฐมีค่าเช่าบ้านที่แพง ทำให้ชาวอเมริกันเกิน 10 รัฐทั่วประเทศได้ค่าแรงต่อชั่วโมงได้กันอยู่ที่ไม่ถึง 20 เหรียญต่อชั่วโมง
แต่รัฐฟิลาเดลเฟีย เมืองใหญ่ในรัฐเพนซิลวาเนีย ก็ประสบปัญหาคนไร้บ้านจำนวนมาก แต่มีแนวทางแก้ไขปัญหาโดยทางรัฐได้ทำโปรแกรมไกล่เกลี่ย ซึ่งจะเจ้าหน้าที่รัฐจะเข้ามาช่วยเหลือเจ้าของบ้านเช่าที่ประสบปัญหาลูกบ้านค้างค่าเช่า คือ โดยเจ้าหน้าที่จะมาช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องค่าใช้จ่าย เพื่อให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นธรรม โดยที่ไม่ต้องให้เรื่องไปถึงชั้นศาลและหลีกเลี่ยงการขับไล่ลูกบ้านออกไปให้ไม่ต้องไปเป็นคนไร้บ้าน