นายกฯ เยอรมนี ยืนยันไม่ส่ง "ทอรัส" ขีปนาวุธพิสัยไกลให้ยูเครน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สิ่งหนึ่งที่หลายฝ่ายให้ความสนใจในสงครามยูเครน ที่ขณะนี้ยูเครนกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบรัสเซีย คือชาติพันธมิตรตะวันตกจะระดมและยกระดับการสนับสนุนยูเครนอย่างไร

ขณะที่ความช่วยเหลือทางอาวุธยุทโธปกรณ์ระลอกใหม่จากสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้า ส่วนยุโรปเองก็ไม่สามารถส่งกระสุนทดแทนส่วนที่ขาดหายไปจากสหรัฐฯ ได้เพียงพอ อีกทั้งยังคงลังเลในการส่งอาวุธประสิทธิภาพสูงตามที่ยูเครนร้องขอ

 หนึ่งในนั้นคือ ‘ทอรัส’ ขีปนาวุธพิสัยไกลของเยอรมนี ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงในเยอรมนีมาหลายเดือนว่าจะยอมส่งให้แก่ยูเครนหรือไม่การส่งทอรัสกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังฝ่ายค้านเสนอมติอนุมัติการส่งและถูกรัฐสภาตีตกไป

สงครามรัสเซีย-ยูเครน รายการรอบโลก DAILY
ขีปนาวุธพิสัยไกล ทอรัส

เมื่อคืนที่ผ่านมา ( 29 ก.พ.) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีออกมาปกป้องการตัดสินใจที่ไม่ส่งทอรัสให้ยูเครนในระหว่างการประชุมที่เมืองเดรสเดน ทางภาคตะวันออกของเยอรมนี โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้ออกมาเน้นย้ำจุดยืนของรัฐบาลเยอรมนีที่จะไม่ส่งขีปนาวุธพิสัยไกล ‘ทอรัส’ ให้แก่ยูเครน โดยระบุว่า ยังไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปได้ในขณะนี้

 พร้อมให้เหตุผลว่า เนื่องจากทอรัสเป็นขีปนาวุธที่มีพิสัยทำการไกลมากถึง 500 กิโลเมตร ซึ่งสามารถโจมตีลึกเข้าไปถึงกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซียได้  และหากเยอรมนีตัดสินใจส่งมอบทอรัสให้แก่ยูเครนจริง นี่จะเป็นการลากเยอรมนีเข้าไปเป็นคู่สงครามกับรัสเซียโดยตรง เนื่องจากต้องอาศัยทหารจากกองทัพเยอรมันเพื่อช่วยเหลือในการควบคุมและกำหนดเป้าหมาย 

นอกจากนี้ นายกฯ เยอรมนียังระบุด้วยว่า ควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างพันธมิตรนาโตและรัสเซียบนแผ่นดินยูเครน ความเสี่ยงหนึ่งที่อาจมีโอกาสเกิดขึ้นคือ สงครามอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าเป็นสิ่งที่เยอรมนีและยุโรปกลัว

นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากทำสงครามรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2022 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเคยออกมาข่มขู่ชาติตะวันตกที่ให้การช่วยเหลือยูเครนหลายครั้งว่า จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ ครั้งแรกก็คือเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2022 หรือ 4 วันหลังการรุกรานยูเครน หลังจากนั้นในช่วงปีแรกของสงครามก็ออกมาเตือนบ่อยๆ ก่อนที่จะลดลงในช่วงปีที่แล้ว

 อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีรัสเซียหันกลับมาขู่ชาติตะวันตกด้วยอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง ในระหว่างการแถลงสุนทรพจน์ State of the Nation ประจำปีต่อรัฐสภา ประธานาธิบดีปูตินได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนชาติตะวันตกว่า หากชาติพันธมิตรนาโตส่งทหารเข้าไปช่วยกองทัพยูเครนรบ ผลที่ตามมาจะเป็นในระดับโศกนาฏกรรม และนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ พร้อมระบุว่า ชาติตะวันตกต้องตระหนักว่ารัสเซียก็มีศักยภาพในการโจมตีเข้าไปยังเป้าหมายในพรมแดนนาโตได้เช่นกัน

การออกมาขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ของปูตินเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศสออกมาประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จะไม่ตัดความเป็นไปได้ในการส่งทหารเข้าไปช่วยรบในยูเครน

คำถามคือ มีโอกาสมากแค่ไหนที่รัสเซียจะนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้จริง หรือเป็นแค่การออกมาข่มขู่เฉยๆ

เมื่อคืนที่ผ่านมา แมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาระบุว่ายังไม่มีสัญญาณว่า ประธานาธิบดีปูตินจะใช้อาวุธนิวเคลียร์จริงในขณะนี้ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การออกมาขู่ของประธานาธิบดีปูตินว่า เป็นคำพูดที่ไร้ความรับผิดชอบ 

 ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการต่างประเทศที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลรัสเซียออกมากล่าวต่อหนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ว่า คำขู่ของประธานาธิบดีรัสเซียเป็นไปเพื่อผลักไม่ให้ชาติพันธมิตรตะวันตกเข้ามาสนับสนุนยูเครนในทางการทหารเพิ่มอีก หลังจากที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสส่งสัญญาณว่าจะไม่ตัดการส่งทหารออกจากทางเลือกในการช่วยเหลือยูเครน นี่หมายความว่า การออกมาขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ของประธานาธิบดีปูตินอาจหวังผลในการป้องปรามมากกว่า

การป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์คืออะไรการป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์เป็นหลักการทางยุทธศาสตร์ที่ว่า การครอบครองหัวรบนิวเคลียร์จะทำให้ศัตรูไม่กล้าใช้อาวุธนิวเคลียร์ชิงเปิดโจมตีก่อน หรือดำเนินการใดๆ ที่เป็นการคุกคาม เนื่องจากจะต้องเผชิญการตอบโต้อย่างรุนแรงจากอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูง

นอกเหนือจากการขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์แล้ว ประธานาธิบดีปูตินยังออกมาประกาศเกี่ยวกับความสำเร็จด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียในช่วงที่ผ่านมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ขีปนาวุธเหนือเสียง ‘คินซาล’ หรือขีปนาวุธเหนือเสียง ‘เซอร์คอน’ เป็นต้น ซึ่งช่วงต้นปีที่ผ่านมามีรายงานว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหล่านี้โจมตีทางอากาศใส่ยูเครนแล้ว ถ้อยแถลงประจำปีของประธานาธิบดีปูตินคือสัญญาณว่า รัสเซียจะยังไม่ยอมยุติการทำสงครามรุกรานยูเครนง่ายๆ 

 อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะหลัง ประธานาธิบดีเซเลนสกีเคยออกมาเตือนว่า ประธานาธิบดีปูตินอาจไม่หยุดเป้าหมายการทำสงครามเพียงแค่ในยูเครนเท่านั้น แต่จะขยายขอบเขตไปยังประเทศอื่นๆ ที่เคยอยู่ภายใต้อดีตสหภาพโซเวียต เช่น กลุ่มประเทศบอลติก หรือประเทศยุโรปตะวันออก ซึ่งจะนำไปสู่การบั่นทอนเสถียรภาพในยุโรป

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะชาติพันธมิตรตะวันตกมองว่าการสนับสนุนยูเครนให้ต้านทานรัสเซียและเอาชนะรัสเซียได้ เป็นหนทางที่จะช่วยประกันความมั่นคงให้แก่ยุโรปได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์การสู้รบที่แนวรบของยูเครนเป็นไปอย่างไม่แน่นอนนัก หลังขาดแคลนกระสุนและเสียเปรียบด้านกำลังพล จนค่อยๆ เสียพื้นที่ให้แก่รัสเซียในแคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออก

สำหรับสถานการณ์สู้รบล่าสุด เมื่อวานนี้ พลเอกโอเล็กซานเดอร์ ซูร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยูเครนระบุว่า กองทัพรัสเซียพยายามที่จะยึดครองหมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ถัดออกไปจากทางตะวันตกของเมืองอัฟดีฟกาที่เพิ่งเสียให้แก่รัสเซียไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

 เช่น หมู่บ้านโทเนนเคีย หมู่บ้านออร์ลีฟกา หมู่บ้านเซเมนีฟกา หมู่บ้านเบอร์ดีชิ หมู่บ้านคราชโนฮอรีฟกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองทัพยูเครนพยายามจะสร้างแนวป้องกันใหม่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้ทหารยูเครนสามารถโจมตีขับไล่ทหารรัสเซียออกไปได้สำเร็จแล้วที่หมู่บ้านออร์ลีฟกาและหมู่บ้านคราชโนฮอรีฟกา แต่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดระบุว่า สถาการณ์ในแนวรบทางภาคตะวันออกยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก

ขณะเดียวกัน วันนี้ที่กรุงมอสโกก็มีการจัดพิธีฝังศพของอเล็กเซ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซียและคู่ปรับคนสำคัญของประธานาธิบดีปูติน ซึ่งเสียชีวิตในเรือนจำที่ขั้วโลกเหนือเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว พิธีไว้อาลัยการจากไปของอเลกเซ นาวาลนี เริ่มต้นขึ้นในเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

โดยจัดขึ้นที่โบสถ์ Icon of the Mother of God Soothe My Sorrow ในเขตมารีโนของกรุงมอสโก ซึ่งเป็นเขตที่นาวาลนีเคยพักอาศัยอยู่ขณะที่ยังมีชีวิต

นี่เป็นภาพขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเคลื่อนโลงที่บรรจุร่างของนาวาลนีเพื่อไปประกอบพิธีในโบสถ์ ท่ามกลางประชาชนในกรุงมอสโกร่วมกว่าพันคนที่มาไว้อาลัยอย่างเนืองแน่น ระหว่างที่กำลังเคลื่อนย้ายร่างของนาวาลนี ประชาชนที่รออยู่บริเวณโดยรอบร่วมกันตะโกนชื่อ ‘นาวาลนี’ และปรบมือเพื่อแสดงความชื่นชมเขาเป็นครั้งสุดท้าย

 ขณะที่การประกอบพิธีในโบสถ์ จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเดินผ่านโลงศพที่มีร่างของนาวาลนีเพื่อกล่าวคำไว้อาลัยและวางดอกไม้

 ส่วนบริเวณโดยรอบก็มีประชาชนจำนวนมากมารอต่อแถวเพื่อร่วมพิธี ขณะเดียวกันก็มีการส่งตำรวจมาดูแลสถานการณ์อย่างหนาแน่น ท่ามกลางความกังวลว่าจะเกิดการจับกุมผู้เข้าร่วมหรือไม่

 ต่อจากนี้หลังพิธีรำลึกที่โบสถ์เสร็จสิ้น ร่างของนาวาลนีจะถูกนำไปฝังที่สุสานบอริซอฟสคอเยีย ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากโบสถ์ราว 2.4 กิโลเมตร

ตรวจหวยงวดนี้ - ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2567 ลอตเตอรี่ 1/3/67

ตรวจผลออกรางวัลสลากออมสินพิเศษ 2 ปี งวดวันที่ 1 มีนาคม 2567

ประกาศฉบับที่ 1 “พายุฤดูร้อน” รับมือ พายุฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ