กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ (JWST) พบหลักฐานการมีอยู่ของดาวฤกษ์รุ่นแรก ที่อาจจะมีอายุเก่าแก่ที่สุดในทั่วทั้งจักรวาล ตั้งอยู่ในกาแล็กซี “GN-z11” หนึ่งในกาแล็กซีที่อยู่ห่างไกลจากเราที่สุดเท่าที่มนุษย์รู้จัก
กาแล็กซี GN-z11 ถูกค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลตั้งแต่ปี 2015 และก่อนที่จะมีการเปิดตัวกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ มันถือเป็นกาแล็กซีที่อยู่ไกลที่สุดเท่าที่รู้จัก
37 ปีเพิ่งรู้คำตอบ! ว่าอะไรซ่อนอยู่ในใจกลางซูเปอร์โนวา 1987A
ถ้าถามว่ารู้ได้อย่างไร ต้องพาทุกคนไปรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “เรดชิฟต์” (Red Shift) กันก่อน
เรดชิฟต์ หรือการเลื่อนไปทางแดง คือหลักการที่นักฟิสิกส์และนักดาราศาสตร์ใช้ในการดูว่า วัตถุที่มีแสงในตัวใดบ้างในอวกาศที่กำลังเคลื่อนห่างออกไปจากโลก เช่น ดาวฤกษ์
โดยแสงที่ดาวฤกษ์ปล่อยออกมานั้น ก็เหมือนกับแสงทั่วไป คือสามารถแยกออกเป็น “สเปกตรัม” (Spectrum) หรือสีย่อย ๆ หลากสีได้ ซึ่งแต่ละสีก็จะมี ”ความยาวคลื่น” ที่แตกต่างกัน โดยสีแดงจะมีความยาวคลื่นมากที่สุด
ดังนั้น เมื่อวัตถุที่มีแสงหรือดาวฤกษ์เคลื่อนที่ห่างออกไปจากโลก แสงที่เรามองเห็นก็จะใช้ระยะทางมากขึ้นในการเดินทาง เท่ากับแสงมีความยาวคลื่นที่เพิ่มขึ้น และเราจะเห็นวัตถุนั้นเป็นสีแดงขึ้นเรื่อย ๆ
สรุปรวบรัดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ยิ่งวัตถุอยู่ไกล เราจะยิ่งเห็นมันเป็นสีแดง
และนักดาราศาสตร์ก็ได้กำหนดค่าที่เป็นตัวเลขของเรดชิฟต์ขึ้นมา เรียกว่า “ค่า z” เพื่อใช้ระบุว่าวัตถุนั้น ๆ อยู่ห่างจากเราออกไปเท่าไร และใช้เวลาเท่าไรในการที่แสงของวัตถุนั้นจะเดินทางมาถึงโลก
หากแสงใช้เวลา 1 ล้านปีเพื่อเดินทางมายังโลก ค่า z จะอยู่ที่ 0.0000715 หรือหากค่า z อยู่ที่ 1 แสงจะใช้เวลาเดินทางมา 7.731 พันล้านปี และถ้าอยู่ที่ 10 คือแปลว่าวัตถุนั้นใช้เวลา 1.3184 หมื่นล้านปีในการส่องแสงมายังโลก
และกาแล็กซี GN-z11 ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ มีค่า z อยู่ที่ 10.6!
นั่นหมายความว่า กาแล็กซีดังกล่าวใช้เวลามากกว่า 1.3184 หมื่นล้านปีในการเปลางแสงมาถึงโลก ดังนั้นจึงเท่ากับว่า อายุของมันก็มากกว่า 1.3184 หมื่นล้านปีเช่นกัน โดยตัวเลขอายุเกือบเป๊ะ ๆ ของมันคือประมาณ 1.337 หมื่นล้านปี
ในขณะเดียวกัน ทฤษฎีการกำเนิดจักรวาลที่เชื่อถือกันในปัจจุบันคือ ทฟษฎีบิ๊กแบง (Big Bang) หรือการระเบิดครั้งใหญ่ ซึ่งประเมินว่าเกิดขึ้นเมื่อ 1.38 หมื่นล้านปีก่อน เท่ากับว่าจักรรวาลของเรามีอายุมาแล้ว 1.38 พันล้าน
เมื่อหักลบกันแล้ว จึงคำนวณได้ว่า กาแล็กซี GN-z11 ถือกำเนิดมาตั้งแต่ช่วง 430 ปีแรกหลังบิ๊กแบง หรือก็คือเป็นหนึ่งในกาแล็กซีโบราณที่มีอายุมากที่สุดในจักรวาลนั่นเอง
เมื่อทุกคนเข้าใจแล้วว่า ทำไมเราถึงรู้อายุความเก่าแก่ของมัน เราก็ไปดูกันต่อว่า กล้อง เจมส์ เว็บบ์ ค้นพบหลักฐานอะไร
ทีมนักดาราศาสตร์ที่นำโดย โรเบอร์โต ไมโอลิโน จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ตรวจสอบ GN-z11 ด้วยกล้องอินฟราเรด 2 ตัวของเว็บบ์ ได้แก่ กล้องอินฟราเรดใกล้ (NIRCam) และสเปกโตรมิเตอร์อินฟราเรดใกล้ (NIRSpec)
นักวิจัยค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับดาวฤกษ์รุ่นแรกของจักรวาลที่เรียกว่า “ดาวประชากร 3” (Population III) รวมถึงหลุมดำมวลมหาศาลที่กลืนกินสสารจำนวนมหาศาลและเติบโตในอัตราเร่งอันมหาศาล
นักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณอายุของดาวฤกษ์ในกาแล็กซี GN-z11 ได้ โดยพิจารณาจากธาตุหนักที่มีอยู่มากมายของมัน ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นโดยดาวฤกษ์รุ่นก่อน ๆ ที่เกิดและตายไป และพ่นธาตุหนักเหล่านั้นออกสู่อวกาศ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วพวกมันจะถูกรีไซเคิลแหล่งก่อเกิดดาวฤกษ์เพื่อก่อตัวเป็นดาวฤกษ์ดวงใหม่
ในการจำแนกปรระเภท ดาวฤกษ์อายุน้อยที่ก่อตัวในช่วง 5-6 พันล้านปีที่ผ่านมาเรียกว่าดาวประชากร 1 และมีธาตุหนักมากที่สุด ดวงอาทิตย์ของเราเป็นดาวประชากร 1 ส่วนดาวฤกษ์ที่มีอายุมากกว่า และมีองค์ประกอบธาตุหนักน้อยกว่า จะเป็นดาวประชากร 2 เหล่านี้
ส่วนดาวประชากร 3 นั้น คาดว่าเป็นดาวฤกษ์ที่ก่อตัวตั้งแต่ช่วงแรกของจักรวาล และเนื่องจากไม่มีดาวดวงอื่นเกิดขึ้นมาก่อน พวกมันจึงไม่มีธาตุหนักและถูกสร้างขึ้นจากไฮโดรเจนและฮีเลียมบริสุทธิ์ที่หล่อขึ้นในช่วงบิ๊กแบง เชื่อกันว่าดาวดวงแรก ๆ เหล่านี้มีความสว่างมาก โดยมีมวลเท่ากับดวงอาทิตย์รวมกันอย่างน้อยหลายร้อยดวง
ทีมของไมโอลิโนตรวจพบหลักฐานในกาแล็กซี GN-z11 โดย NIRSpec สังเกตเห็นกลุ่มฮีเลียมที่แตกตัวเป็นไอออนใกล้กับขอบของ GN-z11
“ความจริงที่ว่าเราไม่เห็นสิ่งอื่นใดนอกจากฮีเลียม บ่งบอกว่ากาแล็กซีนี้ต้องค่อนข้างบริสุทธิ์ ... นี่คือสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นตามทฤษฎีและการจำลองของกาแล็กซีมวลมากจากยุคโบราณเหล่านี้ ว่าน่าจะมีกลุ่มก๊าซบริสุทธิ์ที่ยังเหลืออยู่ และสิ่งเหล่านี้อาจพังทลายและก่อตัวเป็นดาวประชากร 3” ไมโอลิโนกล่าว
ก๊าซฮีเลียมนี้กำลังแตกตัวเป็นไอออนจากอะไรบางอย่างที่ผลิตแสงอัลตราไวโอเลตจำนวนมหาศาล นั่นก็คือดาวประชากร 3 และเป็นไปได้ว่า ฮีเลียมที่เห็นอาจเป็นวัสดุที่เหลือจากการก่อตัวของดาวฤกษ์เหล่านั้น
ทีมวิจัยประเมินว่า ปริมาณแสงอัลตราไวโอเลตที่จำเป็นในการทำให้ก๊าซทั้งหมดแตกตัวเป็นไอออน จะต้องใช้มวลดาวฤกษ์ทั้งหมดประมาณ 600,000 ดวง และต้องส่องสว่างกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 20 ล้านล้านเท่า
ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่า กาแล็กซีที่อยู่ไกลออกไป เช่น GN-z11 น่าจะมีการก่อตัวของดาวฤกษ์มวลมหาศาลมากกว่ากาแล็กซีในจักรวาลสมัยใหม่
ในขณะเดียวกัน ทีมของไมโอลิโนยังพบหลักฐานของหลุมดำมวลยิ่งยวดที่มีมวลเท่ากับดวงอาทิตย์ 2 ล้านดวงที่ใจกลางของ GN-z11 ด้วย
“เราพบก๊าซที่มีความหนาแน่นสูงมากซึ่งพบได้ทั่วไปในบริเวณใกล้กับหลุมดำมวลมหาศาลที่สะสมก๊าซไว้ ... สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณแรกที่ชัดเจนว่า GN-z11 มีหลุมดำที่กำลังกลืนสสารอยู่” ไมโอลิโนกล่าว
ทีมงานยังได้ตรวจพบกลุ่มรังสีอันทรงพลังที่ไหลออกจากจานรวมมวล (Accretion Disk) ที่หมุนรอบหลุมดำ เช่นเดียวกับองค์ประกอบทางเคมีที่แตกตัวเป็นไอออนซึ่งมักพบใกล้กับหลุมดำที่สะสมพลังอยู่
ทีมวิจัยกล่าวว่า มันเป็นหลุมดำมวลมหาศาลที่อยู่ไกลที่สุดเท่าที่ค้นพบมา และความหิวโหยของมันทำให้จานรวมมวลของมันหนาแน่นและร้อน และส่องแสงเจิดจ้า เมื่อรวมกับดาวประชากร III แล้ว พวกมันคือสิ่งที่ทำให้กาแล็กซี GN-z11 ส่องแสงเจิดจ้าอย่างมาก
เรียบเรียงจาก Space.com
8 มีนาคม “วันสตรีสากล” รำลึกการเรียกร้องสิทธิ ความเท่าเทียมของผู้หญิง
แฟนการ์ตูนอาลัย “โทริยามะ อากิระ” ผู้สร้าง “ดราก้อนบอล” เสียชีวิตแล้ว