ความพยายามไม่ให้อิสราเองบุกราฟาห์มาจากพันธมิตรที่สำคัญอย่างสหรัฐฯ ที่ส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปคุยกับผู้นำอิสราเอลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม หลังการพบกัน ผู้นำอิสราเอลออกมาเปิดแถลงข่าวยืนยันการบุกเมืองราฟาห์เช่นเดิมไม่ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯหรือไม่ก็ตาม ท่าทีของอิสราเอลทำให้เลขาธิการสหประชาชาติต้องออกโดยด้วยการเดินทางไปที่ราฟาห์ด้วยตนเอง
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางไปที่จุดแผนแดนราฟาห์โดยใช้เส้นทางจากประเทศอียิปต์
ก่อนที่จะมีการเปิดแถลงข่าวด้วยการระบุว่า การที่ฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรมและอิสราเอลมีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง
อย่างไรก็ตาม การลงโทษชาวปาเลสไตน์แบบเหมารวมที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเช่นกัน และทางออกของวิกฤตคือ ต้องยุติสงครามทันที
ส่วนประเด็นสำคัญที่เป็นเรื่องเฉพาะหน้าคือ วิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาที่ขณะนี้พลเรือนกว่า 2 ล้านคนกำลังประสบกับสภาวะอดอยากหลังจากสิ่งของบรรเทาทุกข์ไม่สามารถผ่านด่านราฟาห์ได้เนื่องจากอิสราเอลไม่เปิดทางให้โดยสะดวก
และนี่ทำให้นานาชาติต้องใช้วิธีการส่งความช่วยเหลือทางอากาศซึ่งเป็นทางที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าการขนส่งทางรถบรรทุกข์ผ่านด่าน
ภาพล่าสุดของการหย่อนของบรรเทาทุกข์จากเครื่องบินที่หลายชาติยังทำต่อเนื่อง ในระหว่างแถลงข่าว เลขาธิการยูเอ็นได้ออกมาขอร้องให้อิสราเอลเปิดทางให้มีการส่งมอบและกระจายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทางภาคพื้นดินโดยระบุว่า นี่คือความรับผิดชอบทางศีลธรรม
อีกประเด็นสำคัญของการแถลงคือ การเรียกร้องให้ทุกฝ่ายต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสกัดกั้นไม่ให้อิสราเอลทำสงครามเต็มรูปแบบในเมืองราฟาห์เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะครั้งใหญ่
ทำไมจึงมีความพยายามสกัดไม่ให้อิสราเอลบุกราฟาห์ และทำไมการบุกราฟาห์ของอิสราเอลจึงจะกลายเป็นหายนะ
ราฟาห์อยู่ตอนใต้สุดของฉนวนกาซาติอกับชายแดนประเทศอียิปต์ ที่นี่เป็นจุดที่เคยถูกเรียกว่า “พื้นที่ปลอดภัย” เนื่องจากเป็นบริเวณที่อิสราเอลประกาศให้พลเรือนในกาซาจากตอนเหนือและตอนกลางกว่า 1 ล้านคนย้ายมาอยู่ในระหว่างที่สงครามกำลังดุเดือดในพื้นที่อื่นๆ
อีกหนึ่งความสำคัญของราฟาห์คือ เป็นจุดส่งผ่านความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากโลกภายนอกเข้าฉนวนกาซา
ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่ราฟาห์อย่างหนักเพื่อเคลียร์ทางให้ทหารภาคพื้นดินเข้าทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบโดยนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูให้เหตุผลว่า ที่ต้องทำเพื่อกำจัดสมาชิกฮามาสกว่า 4 กองพันที่หนีไปหลบที่นั่น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ หลายคนรวมถึงประธานาธิบดีไบเดนออกมาคัดค้านแผนการณ์นี้อย่างหนัก โดยกับถึงเคยขู่ว่า จะไม่ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธกับอิสราเอลอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิสราเอลออกมาปฏิเสธคำร้องขอโดยระบุว่า ภารกิจการกำจัดฮามาสจะไม่บรรลุผลหากไม่บุกราฟาห์
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22มี.ค.) ทำเนียบขาวส่ง แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่ากระทรวงต่างประเทศไปโน้มน้าวนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูอีกครั้งแต่ไม่เป็นผล
หลังการพบกัน นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูออกมาเปิดแถลงข่าวประกาศกร้าวจะเดินหน้าบุกราฟาห์ไม่ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯหรือไม่ก็ตาม
หายนะใหญ่หากอิสราเอลเดินหน้าบุกราฟาห์คือหนึ่งในเหตุผลหลักที่เลขาธิการยูเอ็นต้องเดินทางไปที่นั่นด้วยตนเอง ขณะที่สหรัฐฯก็ยังไม่ยุติความพยายามสกัดกั้นไม่ให้อิสราเอลบุกเมืองราฟาห์
โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา จอห์น เคอร์บี้ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลมาที่วอชิงตันดีซีเพื่อหารือถึงวิธีการกำจัดฮามาสโดยไม่ต้องบุกเมืองราฟาห์ โดยการหารือจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้