ส่อรอยร้าวสหรัฐฯ-อิสราเอล หลังข้อมติ UNSC หยุดยิงในกาซา


โดย PPTV Online

เผยแพร่




UNSC ผ่านข้อมติหยุดยิงในฉนวนกาซา ทำให้รัฐบาลอิสราเอลไม่พอใจ ส่อทำให้เกิดรอยร้าวสหรัฐฯ-อิสราเอล

ในวันที่สงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสเข้าสู่เดือนที่ 6 สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ อิสราเอลกำลังถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ จากประชาคมโลก รวมถึงพันธมิตรที่สนับสนุนอิสราเอลอย่างเหนียวแน่นมาตลอดอย่างสหรัฐฯ

สัญญาณล่าสุดคือ การที่สหรัฐฯ งดออกเสียงแทนการวีโตในการออกมติหยุดยิงทันทีของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลอิสราเอลและประชาชนจำนวนหนึ่งไม่พอใจ หลายฝ่ายมองว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่เคยรุนแรงในระดับนี้มาก่อน

คอนเทนต์แนะนำ
สหรัฐฯ เตรียมนำมติหยุดยิงในกาซา เข้าโหวตในที่ประชุม UNSC
สหรัฐฯ ไม่วีโตแล้ว! คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นมีมติจี้อิสราเอล-ฮามาสหยุดยิง

UNSC AFP/ANGELA WEISS
ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือ UNSC

เมื่อวานนี้ หลังจากที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือ UNSC ลงคะแนนเสียงผ่านข้อมติหยุดยิงในฉนวนกาซา ประชาชนบางส่วนในอิสราเอลได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อข้อมติดังกล่าว ประชาชนรายหนึ่งในกรุงเทลอาวีฟระบุว่า เธอรู้สึกหวาดกลัว เพราะข้อมติที่ให้อิสราเอลหยุดยิงไม่ต่างอะไรจากการให้ใบอนุญาตฮามาสในการทำลายล้างชาวยิว และสะท้อนให้เห็นว่าโลกได้ทอดทิ้งชาวยิวอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ประชาชนบางส่วนกล่าวโทษรัฐบาลเนทันยาฮูว่า ล้มเหลวในการรักษาสัญญาว่าอิสราเอลจะมั่นคงและปลอดภัย เนื่องจากเห็นแก่อนาคตทางการเมืองของตนเองมากเกินไป

เกิดอะไรขึ้นในที่ประชุม UNSCเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่ประชุม UNSC เห็นชอบข้อมติ 2728 (2024) ที่ว่าด้วยการเรียกร้องให้เกิดการหยุดยิงทันทีในฉนวนกาซา ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 14 เสียง ไม่เห็นชอบ 0 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง โดยประเทศที่งดออกเสียงคือ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกถาวร

นี่เป็นเปลี่ยนท่าทีครั้งสำคัญของสหรัฐฯ เพราะก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ มักใช้สิทธิวีโตเพื่อยับยั้งมติหยุดยิงที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางของอิสราเอลมาตลอด นั่นคือต้องพ่วงการเรียกร้องการปล่อยตัวประกันออกมาด้วย

ไม่กี่ชั่วโมงหลังที่ประชุม UNSC ออกมติ รัฐบาลอิสราเอลได้เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ละทิ้งหลักนโยบายของตน และเป็นเรื่องน่าเสียใจที่สหรัฐฯ บีบให้อิสราเอลยอมรับการหยุดยิงโดยไม่มีการปล่อยตัวประกัน ซึ่งส่งผลเสียต่อทั้งความพยายามในการกำจัดฮามาสและความพยายามที่จะปล่อยตัวตัวประกัน

นอกจากออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกมาประกาศยกเลิกการส่งผู้แทนระดับสูงของอิสราเอลไปยังกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อพบกับประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ ตามคำเชิญส่วนตัวด้วยเพื่อเป็นการประท้วง รวมถึงเรียกทีมเจรจาที่กำลังหารือข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกันที่กรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์กลับประเทศ

แนวทางการทำสงครามที่แข็งกร้าวของนายกฯ เนทันยาฮูถูกตั้งคำถามหนักขึ้นเรื่อยๆ จากหลายฝ่าย ในระดับประชาคมโลก อิสราเอลถูกมองว่าใช้กำลังทางการทหารอย่างไม่ได้สัดส่วน จนทำให้พลเรือนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาต้องเผชิญต่อวิกฤตทางมนุษยธรรมครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นภาวะขาดแคลนอาหารหรือการพลัดถิ่น

ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ กังวลมากขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และเริ่มออกมาปรามอิสราเอล หลังจากที่อิสราเอลยืนยันว่าจะไม่ล้มเลิกแผนการบุกเมืองราฟาห์

ส่วนภายในประเทศ ประชาชนชาวอิสราเอลบางส่วนเริ่มตั้งคำถามต่อแนวทางของรัฐบาลที่มุ่งใช้กำลังทางการทหารเพื่อปลดปล่อยตัวประกันที่เหลืออยู่อีกกว่า 130 คนออกจากการควบคุมของกลุ่มฮามาสว่า อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีได้เท่ากับการเจรจาข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกัน

ท่าทีของรัฐบาลอิสราเอลหลังจากที่ออกมาต่อว่าสหรัฐฯ สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้แก่ครอบครัวและญาติของตัวประกันอย่างมาก เมื่อคืนที่ผ่านมา ประชาชนชาวอิสราเอลและครอบครัวตัวประกันได้ออกมาชุมนุมประท้วงอีกครั้งในกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล ในแถลงการณ์ของผู้ประท้วงได้วิพากษ์วิจารณ์นายกฯ เนทันยาฮูว่า เป็นผู้ที่ทำให้ข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกันตกอยู่ในความเสี่ยง อีกทั้งยังสร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สนับสนุนอิสราเอลแบบแทบจะไม่มีเงื่อนไขมาตลอด

ขณะนี้ ร่างข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 6 สัปดาห์เพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกัน ที่สหรัฐฯ อียิปต์ และกาตาร์เป็นตัวกลางยังคงไม่สามารถบรรลุออกมาได้ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา กลุ่มฮามาสได้ออกมาระบุว่าร่างข้อเสนอฉบับล่าสุดยังไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงยังไม่ยอมรับร่างฉบับล่าสุด

นอกจากต่อว่าสหรัฐฯ ว่า การไม่ใช้สิทธิวีโตข้อมติหยุดยิงของ UNSC จะขัดขวางการทำสงครามกวาดล้างฮามาสแล้วรัฐบาลอิสราเอลยังกล่าวหาอีกว่า นี่เป็นการบั่นทอนการเจรจาเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน

ล่าสุด สหรัฐฯ ออกมาปกป้องการตัดสินใจของตนเองอีกครั้ง แมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า การงดออกเสียงของสหรัฐฯ จะไม่กระทบต่อกระบวนการเจรจาช่วยตัวประกันอย่างที่อิสราเอลระบุ และจะไม่กระทบการแผนการของอิสราเอลในการกำจัดฮามาส

ล่าสุด สำนักข่าว เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานโดยอ้างอิงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่อิสราเอลที่ไม่เปิดเผยตัวตนว่า ประเด็นในข้อตกลงหยุดยิงเพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกันที่ยังหาจุดร่วมไม่ได้ในขณะนี้คือ สัดส่วนจำนวนนักโทษปาเลสไตน์ที่อิสราเอลจะยอมปล่อยตัว ต่อจำนวนตัวประกันอิสราเอล

การที่สหรัฐฯ ไม่โหวตยับยั้งข้อมติหยุดยิงของ UNSC จนทำให้อิสราเอลออกมาต่อว่าสหรัฐฯ ว่า ละทิ้งนโยบายการคัดค้านข้อมติที่ไม่เป็นคุณต่ออิสราเอล นำไปสู่คำถามที่ว่า สหรัฐฯ กำลังหันหลังให้อิสราเอลจริงๆ หรือไม่ หรือเพียงแค่ต้องการกดดันให้อิสราเอลเปลี่ยนท่าที

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การไม่ใช้สิทธิยับยั้งข้อมติของสหรัฐฯ เป็นสัญญาณทางการเมืองเพื่อปรามอิสราเอลให้มีท่าทีที่อ่อนลงมากกว่า เนื่องจากยังไม่มีท่าทีว่าสหรัฐฯ ที่จะลดระดับการส่งอาวุธให้แก่อิสราเอล และแม้ว่านายกฯ เนทันยาฮูจะโกรธที่สหรัฐฯ ไม่ใช้สิทธิวีโตจนระงับการเยือนสหรัฐฯ ของคณะผู้แทนระดับสูง แต่การหารือร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นไปตามกำหนด

อิสราเอล รายการรอบโลก DAILY
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล

เมื่อวานนี้ โยอาฟ กัลแลนท์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลมีกำหนดหารือเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ ของแผนการบุกเมืองราฟาห์ร่วมกับ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี

สิ่งหนึ่งที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เน้นย้ำคือ แผนปฏิบัติการของอิสราเอลต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเป็นอันดับแรก โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยต่อสำนักข่าว เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ว่า สหรัฐฯ ได้เสนอแผนให้อิสราเอลเน้นการโจมตีแบบกำหนดเป้าหมายอย่างแม่นยำเพื่อมุ่งกำจัดผู้นำกลุ่มฮามาส ให้ความสำคัญกับกระบวนการอพยพพลเรือนและการยกระดับการส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม

ส่วนเจ้าหน้าที่อีกรายที่ไม่เปิดเผยตัวตนระบุว่า อิสราเอลมีท่าทียอมรับแนวทางการให้ความสำคัญด้านมนุษยธรรมตามที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เสนอ หลังการประชุม รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ออกมาระบุว่า สหรัฐฯ จะยังคงสนับสนุนการกำจัดกลุ่มฮามาสและให้ความสำคัญกับความมั่นคงของอิสราเอลต่อไป โดยปลายทางของสงครามคือ การสร้างเสถียรภาพฉนวนกาซาผ่านแนวทางสองรัฐ

ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังพยายามกดดันอิสราเอลให้พิจารณาประเด็นด้านมนุษยธรรมอย่างถี่ถ้วนในแผนการบุกราฟาห์ อีกด้าน ฮามาสก็เดินสายพบพันธมิตรของตนเองเช่นกัน

เมื่อวานนี้ อิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาสได้เดินทางไปเยือนกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เพื่อเข้าพบอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

ระหว่างการแถลง ผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาสระบุว่า อิสราเอลล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายทางการทหาร ยิ่งไปกว่านั้น ผลการลงมติของ UNSC เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าอิสราเอลกำลังสูญเสียเกราะป้องกันทางการเมืองจากพันธมิตรแล้ว

แม้ว่า UNSC จะประสบความสำเร็จในการออกข้อมติหยุดยิงทันทีในฉนวนกาซา แต่ดูเหมือนว่าอิสราเอลจะยังไม่เปลี่ยนท่าทีท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากประชาคมโลก ล่าสุดมีรายงานว่าอิสราเอลโจมตีทางตอนใต้ของฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วง ซึ่งรวมถึงเมืองราฟาห์ที่หลายฝ่ายเป็นกังวล

นี่คือภาพการโจมตีทางอากาศบริเวณเมืองราฟาห์ซึ่งเป็นไปอย่างหนักหน่วงในช่วงคืนที่ผ่านมา จรวดที่อิสราเอลยิงเข้าไปโจมตีระเบิดกลายเป็นลูกไฟสีแดง ทั่วท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยกลุ่มควัน

การโจมตีส่งผลให้อาคารที่อยู่อาศัยในพื้นที่เสียหายหนัก รวมถึงมีประชาชนชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง อย่างไรก็ตาม ที่นี่เป็นเมืองแห่งเดียวที่เหลืออยู่ที่กองทัพอิสราเอลยังไม่ขยายพื้นที่ปฏิบัติการภาคพื้นดิน เนื่องจากถูกประชาคมโลกรวมถึงสหรัฐฯ คัดค้าน

ในราฟาห์มีประชาชนชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ราว 1.5 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้พลัดถิ่น ขณะเดียวกัน ก็เป็นจุดศูนย์กลางการขนส่งทางบกที่สำคัญในการส่งมอบและกระจายสิ่งของบรรเทาทุกข์ต่างๆ

ประชาคมโลกยังคงพยายามยกระดับการส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปยังฉนวนกาซา วิธีหนึ่งคือ การส่งสิ่งของทางอากาศ โดยใช้วิธีหย่อนลงจากเครื่องบิน ล่าสุด สหราชอาณาจักรส่งอาหารไปยังกาซาผ่านทางแอร์ดรอปอีก 10 ตัน

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางภาวะขาดแคลน การหย่อนความช่วยเหลือทางอากาศลงมายังบริเวณริมชายหาดกาซา ทำให้ประชาชนต้องเร่งว่ายน้ำออกไปในทะเลเพื่อเก็บสิ่งของต่างๆ จนมีประชาชนชาวปาเลสไตน์จมน้ำและเสียชีวิต 12 รายเมื่อวานนี้

สัญญาณการเพิกเฉยต่อข้อมติหยุดยิงทันทีของอิสราเอลทำให้รัฐสภาของสหราชอาณาจักรเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้รัฐบาลของตนเองยกเลิกการส่งออกอาวุธให้กับอิสราเอล โดยมีสมาชิกรัฐสภามากกว่า 130 รายลงนามในจดหมายเพื่อยื่นต่อเดวิด คาเมรอน รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร

สภาฯ โหวตผ่านร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม

ผู้เชี่ยวชาญชี้ เรือชนสะพานบัลติมอร์จนถล่ม เป็นเรื่อง “ผิดปกติ”

10 เม.ย.นี้ ดิจิทัล วอลเล็ต ชัดเจนทุกอย่าง สมบูรณ์ ตอบโจทย์ทุกฝ่าย

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ