รัสเซีย ปักธงกลางหมู่บ้าน “โอเชเรตือนี”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ในช่วงเวลาระหว่างที่ยูเครนกำลังรอความช่วยเหลือทางการทหารระลอกใหม่จากสหรัฐฯ สิ่งหนึ่งที่ต้องจับตาคือ ยูเครนจะสามารถตั้งรับ ป้องกันการรุกคืบของรัสเซียได้หรือไม่ก่อนที่จะได้รับอาวุธและกระสุนเพิ่มเติม

เพราะในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะกระสุนปืนใหญ่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ยูเครนกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบและต้องถอยร่นออกมา จนทำให้รัสเซียสามารถเข้ายึดครองเมืองอัฟดีฟกาในแคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกได้ ล่าสุดมีรายงานว่า กองทัพรัสเซียสามารถรุกคืบไปยังหมู่บ้าน ‘โอเชเรตือนี’ ซึ่งจะเปิดทางให้กองทัพรัสเซียอยู่ในตำแหน่งที่สามารถโจมตีเส้นทางขนส่งอาวุธของยูเครน

คอนเทนต์แนะนำ
สหรัฐฯผ่านงบช่วยยูเครน หลังติดขัดหลายเดือน
รัสเซีย ยิงขีปนาวุธโจมตีหอส่งสัญญาณโทรทัศน์

สงครามรัสเซีย-ยูเครน รายการรอบโลก DAILY
แผนที่ยูเครน

เมื่อวันจันทร์ที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา บล็อกเกอร์สายทหารรัสเซียได้เผยแพร่ภาพวิดีโอที่ระบุว่ารัสเซียสามารถรุกคืบเข้าไปในหมู่บ้านโอเชเรตือนี ในแคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกของยูเครน จากภาพจะเห็นว่าธงชาติรัสเซียถูกปักไว้ที่ยอดอาคารแห่งหนึ่งของทางการยูเครน ซึ่งอยู่ในสภาพเสียหายบางส่วน

 สำนักข่าวเดอะ การ์เดียน รายงานว่า หน่วยจู่โจมจากกองพันปืนไรเฟิล-ยานยนต์แยกที่ 74 เริ่มเคลื่อนพลเข้าไปในเขตแดนของหมู่บ้านโอเชเรตือนีตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่รุกคืบจากทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองอัฟดีฟกา เมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่รัสเซียยึดครองไปจากยูเครนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

 หลังจากที่เสียการควบคุมอัฟดีฟกาและถอนทหารออกมา ยูเครนพยายามสร้างแนวป้องกันใหม่เพื่อไม่ให้กองทัพรัสเซียรุกคืบต่อไปได้ อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยทหารรัสเซียที่ได้รับการเสริมกำลังพลพยายามบุกโจมตีแนวรบทางภาคตะวันออกหลายจุดพร้อมกัน เพื่อหาจุดอ่อนของแนวป้องกัน

 หนึ่งในนั้นคือทิศทางที่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านโอเชเรตือนี ซึ่งกองทัพรัสเซียอ้างว่าสามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้ว พร้อมอ้างว่าทหารยูเครนหลบหนีออกจากหมู่บ้านหลังจากที่ถูกระดมยิงโจมตี อย่างไรก็ตาม หน่วย ‘คอร์ติตเซีย’ หน่วยรบประจำภูมิภาคของกองทัพบกยูเครนระบุว่า รัสเซียสามารถยึดครองพื้นที่บางส่วนบริเวณทางใต้ของหมู่บ้านเท่านั้น และกองทัพยูเครนยังสามารถควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านไว้ได้อยู่ แม้จะยอมรับว่าสถานการณ์ในบริเวณดังกล่าวเป็นไปอย่างยากลำบาก

การที่รัสเซียสามารถรุกคืบไปยังบริเวณหมู่บ้านโอเชเรตือนีได้ หมายความว่ากองทัพรัสเซียอยู่ห่างจากเมือง ‘โปครอฟสก์’ หนึ่งในเมืองสำคัญของยูเครน ที่เป็นป้อมปราการหลักสำหรับผลัดเปลี่ยนกำลังพลและอาวุธ ทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อของแนวป้องกันเพียง 30 กิโลเมตรเท่านั้น

กองทัพรัสเซียสามารถใช้ถนนหมายเลข T0511 เพื่อมุ่งหน้าไปยังโปครอฟสก์ได้หลายฝ่ายคาดว่าที่นี่คือเป้าหมายต่อไปของกองทัพรัสเซีย

นอกจากแนวรบทางโปครอฟสก์แล้ว อีกแนวรบหนึ่งที่มีรายงานการสู้รบอย่างดุเดือดคือ เมืองชาซีฟ ยาร์ ในแคว้นโดเนตสก์ ที่มีที่ตั้งห่างจากเมืองบัคมุตที่ตกอยู่ในการยึดครองของรัสเซียประมาณ 10 กิโลเมตร หน่วยบัญชาการทหารภาคตะวันออกของยูเครนระบุว่า ขณะนี้กองทัพรัสเซียส่งทหารประมาณ 20,000-25,000 นาย เพื่อพยายามเข้าบุกเมืองชาซีฟ ยาร์

และพื้นที่โดยรอบ นี่ทำให้หลายฝ่ายจับตาสถานการณ์ที่ชาซีฟ ยาร์อย่างใกล้ชิด  เนื่องจากที่นี่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็นที่สูงจะช่วยให้ฝ่ายยูเครนได้เปรียบในการตั้งรับป้องกัน  ยิ่งไปกว่านั้น

ที่นี่ยังเป็นเส้นทางไปสู่เมืองอื่นๆ ที่เป็นกระดูกสันหลังของแนวป้องกันหลักทางภาคตะวันออกของยูเครนด้วยซึ่งหากรัสเซียสามารถยึดชาซีฟ ยาร์ได้สำเร็จ ก็จะเปิดโอกาสให้รัสเซียรุกคืบต่อไปยังเมืองเหล่านี้ได้ และสามารถรุกคืบลึกเข้าไปในแคว้นโดเนตสก์ได้ด้วยอัตราที่เร็วขึ้น

 ก่อนหน้านี้ โอเล็กซานเดอร์ ซูร์สกี ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพยูเครนเคยออกมาระบุว่า กองทัพรัสเซียขีดเส้นตายไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า จะต้องตีชาซีฟ ยาร์ ให้แตกก่อนวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันแห่งชัยชนะ หรือ Victory Day ที่รัสเซียเฉลิมฉลองชัยชนะของกองทัพแดงโซเวียตเหนือกองทัพนาซีเยอรมนีช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

 อย่างไรก็ดี สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม หรือ ISW ประเมินภาพรวมของสถานการณ์ที่แนวรบทางภาคตะวันออกในขณะนี้ไว้ว่ารัสเซียเหลือเวลาอีกไม่มากนักก่อนที่อาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ จะถูกส่งมาถึงมือของทหารยูเครน จึงคาดว่ารัสเซียจะใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ยูเครนยังไม่ได้รับอาวุธและกระสุนปืนใหญ่เพิ่มเติมเพื่อยึดพื้นที่ในแคว้นโดเนตสก์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 นอกจากนี้ รัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศใส่ยูเครนอย่างต่อเนื่องระหว่างที่ยูเครนยังไม่ได้รับอาวุธป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมจากสหรัฐฯการโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

พื้นที่ที่ตกเป็นเป้าการโจมตีคือคาร์คีฟทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากพรมแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซียราว 30 กิโลเมตร โฆษกประจำสำนักงานอัยการแคว้นคาร์คีฟระบุว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธรุ่น S-300 หลายลูกจากแคว้นเบลโกรอดของรัสเซีย เข้ามาโจมตียังพื้นที่อาศัยของพลเรือนในแคว้นคาร์คีฟ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 คน

ช่วงเวลาระหว่างที่รอความช่วยเหลือได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ ถือเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางอย่างมากสำหรับยูเครน

ล่าสุดมีสัญญาณว่า สหรัฐฯ ใกล้ที่จะสามารถจัดส่งกระสุนปืนใหญ่และอาวุธป้องกันภัยทางอากาศให้แก่ยูเครนได้ในเร็วๆ นี้แล้ว

เมื่อวานนี้ 23 เม.ย. ช่วงเย็นตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ วุฒิสภาสหรัฐฯ มีวาระลงคะแนนเสียงเพื่อผ่านร่างกฎหมายงบประมาณความช่วยเหลือทางการทหารยูเครน มูลค่าประมาณ 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติอนุมัติร่างฉบับนี้ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

 ผลการลงคะแนนปรากฏว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงคะแนนเสียงอนุมัติร่างฉบับนี้อย่างท่วมท้นที่ด้วยคะแนนเสียง 79 คะแนนต่อ 18คะแนนหลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณความช่วยเหลือยูเครนออกมา ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากวุฒิสภาสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครตออกมาระบุว่า นี่คือการประกาศว่า สหรัฐฯ ยังไม่หันหลังให้โลก 

สำหรับกระบวนการต่อจากนี้ ร่างฉบับนี้จะถูกส่งไปยังทำเนียบขาวเพื่อให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามและผ่านออกมาเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการหลายฝ่ายคาดว่าประธานาธิบดีไบเดนจะลงนามอนุมัติในวันนี้

หลังจากนั้น กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะเร่งดำเนินการจัดส่งอาวุธให้แก่ยูเครนทันที โดยโฆษกประจำกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เคยออกมาเปิดเผยว่า มีอาวุธบางส่วนที่จัดเก็บอยู่ในคลังอาวุธในภาคพื้นทวีปยุโรปที่พร้อมส่งให้แก่ยูเครนได้ภายในไม่กี่วัน

 สิ่งที่คาดว่าจะถูกส่งไปยังยูเครนในระลอกแรกจะประกอบไปด้วย กระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตร ที่ยูเครนต้องการอย่างมากเพื่อยิงตอบโต้และรักษาตำแหน่งที่มั่นในแนวรบ

 

อาวุธป้องกันภัยทางอากาศ อย่างเช่นขีปนาวุธที่ใช้ในการยิงสกัดการโจมตีทางอากาศ รวมถึงขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยไกล

อย่างไรก็ตาม อาวุธที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างมากคือ ขีปนาวุธพิสัยไกล เนื่องจากนี่เป็นอาวุธที่ยูเครนร้องขอจากชาติพันธมิตร รวมถึงสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน ขีปนาวุธที่มีกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ จะส่งให้แก่ยูเครนก็คือ ขีปนาวุธทางยุทธวิธีของกองทัพบกหรือ ‘แอตแท็คเอ็มส์’ (ATACMS) โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ร่างกฎหมายงบประมาณความช่วยเหลือยูเครนกำหนดให้ประธานาธิบดีไบเดนต้องส่งขีปนาวุธพิสัยไกลรุ่นดังกล่าวให้แก่ยูเครนด้วย

ในระหว่างการแถลงข่าวประจำวันช่วงค่ำเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้ออกมายืนยันแล้วหลังจากโทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีไบเดน  โดยระบุว่ารัฐบาลยูเครนและรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถสรุปข้อตกลงการส่งขีปนาวุธ ‘แอตแท็คเอ็มส์’ ในขั้นสุดท้ายได้แล้ว

ขีปนาวุธแอตแท็คเอ็มส์ เป็นขีปนาวุธพิสัยไกล มีพิสัยทำการไกลที่สุดถึง 300 กิโลเมตรโดยในการโจมตีจะสามารถยิงได้ครั้งละ 1 ลูก เมื่อใช้ระบบไฮมาร์ส (HIMARS) เป็นเครื่องยิง โดยในแพ็กเกจความช่วยเหลือชุดใหม่ มีรายงานว่าขีปนาวุธแอตแท็คเอ็มส์ที่สหรัฐฯ กำลังจะส่งไป เป็นขีปนาวุธแอตแท็คเอ็มส์รุ่นใหม่ที่มีพิสัยทำการไกลสูงสุด

 หมายความว่าพิสัยการโจมตีของยูเครนจะครอบคลุมทั่วคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียยึดครองไปจากยูเครนอย่างผิดกฎหมายเมื่อปี 2014 และเป็นที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารที่รัสเซียใช้เพื่อโจมตียูเครนจากระยะไกล

 ในปีนี้ หลายฝ่ายคาดว่ายูเครนจะเปิดฉากโจมตีสะพานเคียร์ชที่เชื่อมระหว่างคาบสมุทรไครเมียและแผ่นดินใหญ่ของรัสเซีย เพื่อตัดเส้นทางขนส่งเสบียงและกำลังบำรุงทางการทหารจากแผ่นดินใหญ่รัสเซียเข้าไปยังพื้นที่ยึดครองอีกครั้ง

 นี่จึงอาจเป็นสาเหตุที่ยูเครนต้องการขีปนาวุธพิสัยไกลจากชาติพันธมิตร เพื่อใช้โจมตีสะพานแห่งนี้ร่วมกับกองเรือโดรนที่ยูเครนผลิตและพัฒนาขึ้นมาเอง

หลังจากที่มีสัญญาณชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะมอบขีปนาวุธพิสัยไกลให้แก่ยูเครน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียได้ตอบคำถามกับสื่อ โดยอ้างว่าการทำเช่นนี้บีบให้รัสเซียต้องขยาย ‘เขตกันชน’ หรือ ‘buffer zone’ ในยูเครนเพิ่ม หมายความว่ารัสเซียจะรุกคืบเพื่อยึดพื้นที่เพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมาระบุเช่นกันว่า กองทัพรัสเซียจะยกระดับการโจมตีฐานที่ใช้เก็บสะสมอาวุธที่ยูเครนได้รับจากชาติตะวันตก หลังจากที่อาวุธส่งมาถึงมือยูเครนแล้ว

ในวันที่สงครามยูเครนมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อต่อไปอีกระยะหนึ่ง สิ่งที่ชาติพันธมิตรในยุโรปและสมาชิกนาโตพยายามทำคือ การเตรียมรับมือกับสงครามที่อาจขยายวง

เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต และริชี ซูนัค นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรได้เดินทางเยือนกรุงวอร์ซอ เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ เพื่อหารือร่วมกับโดนัลด์ ตุสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ นับตั้งแต่สงครามยูเครนเริ่มต้นขึ้น โปแลนด์ถือเป็นหนึ่งในประเทศแนวหน้าของยุโรป หากรัสเซียตัดสินใจเดินหน้าทำสงครามต่อจากยูเครน

ในระหว่างการหารือร่วมกับนายกฯ โปแลนด์ นายกฯ สหราชอาณาจักรระบุว่า กองทัพอากาศสหราชอาณาจักรจะนำเครื่องบินรบ ‘ไทฟูน’ มาประจำการที่โปแลนด์ เพื่อใช้ในปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนน่านฟ้าเขตแดนทางตะวันออกของนาโต

นอกจากนี้ นายกฯ อังกฤษยังระบุว่า จะเพิ่มสัดส่วนงบประมาณกลาโหมของประเทศให้ถึงร้อยละ 2.5 ภายในปี 2030 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เกินกว่าเกณฑ์ที่ชาติสมาชิกนาโตกำหนดร่วมกัน

เปิด 4 สถิติยอดเยี่ยมของ อาร์เซน่อล หลังถล่ม เชลซี 5-0

วิเคราะห์บอล! พรีเมียร์ลีก แมนยู พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด 24 เม.ย.67

รู้จัก “วิล ชวิณ” ทายาทตระกูลดัง ถูกลุ้น! รักใหม่ “เบลล่า ราณี”

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ