ICJ เตรียมออกคำตัดสินมาตรการระงับการบุกราฟาห์ของอิสราเอล


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ เตรียมออกคำตัดสินมาตรการระงับการปฏิบัติการบุกเมืองราฟาห์ของอิสราเอล

การเดินหน้าทำสงครามกวาดล้างกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วงของอิสราเอลจนนำไปสู่หายนะทางมนุษยธรรมครั้งใหญ่ตลอดกว่า 7 เดือนที่ผ่านมาส่งผลให้อิสราเอลเผชิญแรงกดดันจากหลายฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ

วิธีหนึ่งคือการหันไปใช้กลไกระหว่างประเทศอย่างศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือ ICJ โดยแอฟริกาใต้ได้ยื่นคำร้องให้ศาลโลกออกคำสั่งฉุกเฉินเพื่อหยุดปฏิบัติการบุกเมืองราฟาห์ของอิสราเอล วันนี้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมีกำหนดประกาศคำตัดสินดังกล่าว

คอนเทนต์แนะนำ
อิสราเอลพบฮามาสซุกขีปนาวุธไว้ในสุสานเมืองราฟาห์
อิสราเอลเผย 2 สัปดาห์บุกราฟาห์ สังหารกลุ่มติดอาวุธไปนับร้อย
อิสราเอลจ่อเสริมกำลังทหารลุยฮามาสในราฟาห์

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ รายการรอบโลก DAILY
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ

เมื่อสักครู่ นาวาฟ ซาลาม ประธานศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ ได้ออกคำตัดสินเกี่ยวกับคำร้องให้ศาลออกคำสั่งฉุกเฉินเพื่อระงับปฏิบัติการบุกโจมตีเมืองราฟาห์

ผลปรากฏว่า ศาลโลกสั่งให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการโจมตีในราฟาห์ หรือการกระทำใดๆ ที่ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาย่ำแย่ลงทันที โดยมีความเห็นว่ามาตรการที่อิสราเอลระบุว่าการสั่งอพยพหรือมาตรการอื่นๆ ไม่เพียงพอที่จะบรรเทาความทุกข์ยากของชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้อิสราเอลเปิดจุดผ่านแดนราฟาห์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมผ่านเข้าไปได้ และสั่งให้อิสราเอลรายงานผลการดำเนินการภายใน 1 เดือนหลังการออกคำตัดสิน

การร้องขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศออกคำสั่งฉุกเฉินเพื่อระงับปฏิบัติการบุกโจมตีเมืองราฟาห์ของอิสราเอลเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้ที่ยื่นคำร้องคือแอฟริกาใต้ โดยระบุเหตุผลว่าอิสราเอลกำลังดำเนินการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา จึงต้องมีมาตรการเพื่อหยุดยั้งการกระทำดังกล่าวและประกันว่าชีวิตของชาวปาเลสไตน์จะได้รับการปกป้อง คำร้องขอมาตรการฉุกเฉินนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคดีที่แอฟริกาใต้ยื่นฟ้องอิสราเอลด้วยข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ในระหว่างการพิจารณาคำร้องเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลได้แก้ต่างต่อศาลโดยระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีที่กำลังดำเนินอยู่ในเมืองราฟาห์เป็นไปอย่าง “จำกัดและเฉพาะเจาะจง”

อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีและส่งทหารเข้าไปยังทางตะวันออกของเมืองราฟาห์ เมืองทางตอนใต้สุดของฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยยืนกรานว่าอิสราเอลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกำจัดกลุ่มฮามาสที่เหลือและคาดว่ากบดานอยู่ที่นั่น รวมถึงช่วยเหลือตัวประกันอีกประมาณ 130 คนที่คาดว่าถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวไว้ในราฟาห์ออกมา

ล่าสุดอิสราเอลยังคงพยายามรุกคืบเข้าไปในราฟาห์อย่างต่อเนื่อง โดยแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตนที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซาเปิดเผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า พบรถถังของกองกำลังป้องกันอิสราเอลหรือ IDF พยายามเคลื่อนขบวนจากทางตะวันออกเฉียงใต้และมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง

แม้อิสราเอลจะระบุว่าปฏิบัติการในเมืองราฟาห์เป็นแบบจำกัดและมุ่งเป้าไปยังกลุ่มฮามาส แต่การสู้รบในพื้นที่ส่งผลให้พลเรือนชาวปาเลสไตน์ 1.3 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้พลัดถิ่นที่หนีภัยสงครามมาจากพื้นที่อื่นในฉนวนกาซารวมอยู่ด้วยถูกบีบอพยพ โดยขณะนี้มีชาวปาเลสไตน์ประมาณ 815,000 คนลี้ภัยออกไปจากราฟาห์แล้ว นอกจากนี้การส่งรถถังไปปิดล้อมจุดผ่านแดนราฟาห์ยังส่งผลให้ความช่วยเหลือจากภายนอกไม่สามารถเข้าไปในฉนวนกาซาได้

ก่อนที่ศาลโลกจะออกคำตัดสิน อาวี ไฮแมน โฆษกประจำสำนักอำนวยการการทูตสาธารณะแห่งชาติอิสราเอล ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกมาแถลงยืนกราน โดยระบุว่าไม่มีอำนาจใดในโลกนี้ที่จะหยุดยั้งอิสราเอลไม่ให้กวาดล้างกลุ่มฮามาสได้

สำหรับคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ แม้ว่าจะมีผลผูกพันทางกฎหมายกับประเทศที่ให้สัตยาบันเป็นรัฐภาคี แต่ตัวศาลเองไม่มีอำนาจบังคับให้เกิดผลตามคำสั่ง อย่างไรก็ตาม สื่อตะวันตกหลายสำนักตั้งข้อสังเกตว่า คำสั่งให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการโจมตีในราฟาห์จะกลายเป็นอีกแรงกดดันทางการเมืองจากประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ อีกสิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลอิสราเอลเกรงคือ คำสั่งระงับปฏิบัติการโจมตีราฟาห์อาจกระตุ้นให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมติในวาระที่มีลักษณะเดียวกัน

อีกแรงกดดันที่อิสราเอลเผชิญในเวทีระหว่างประเทศช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ การที่อัยการของอีกศาลหนึ่ง นั่นคือศาลอาญาระหว่างประเทศหรือ ICC ยื่นคำร้องขอหมายจับนายกรัฐมนตรีอิสราเอลและรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลพร้อมกับ 3 ผู้นำกลุ่มฮามาสฐานก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ รายการรอบโลก DAILY
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเตรียมออกคำตัดสินมาตรการระงับการปฏิบัติการบุกเมืองราฟาห์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าศาลอาญาระหว่างประเทศจะยังไม่ได้ออกหมายจับอย่างเป็นทางการ โดยยังต้องรอให้ ‘คณะก่อนพิจารณาคดี’ หรือ Pre-Trial Chamber ซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษา 3 คนพิจารณาสำนวนคำร้องก่อน แต่ชาติตะวันตกจำนวนหนึ่งได้ออกมาคัคค้านการขอคำร้องของศาลอาญาระหว่างประเทศ

หนึ่งในนั้นคือ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พันธมิตรคนสำคัญของอิสราเอล เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คัดค้านข้อกล่าวหาของอัยการ ICC โดยย้ำอีกครั้งระหว่างการตอบคำถามสื่อว่า การกระทำของอิสราเอลไม่สามารถถูกนำไปเทียบกับสิ่งที่กลุ่มฮามาสทำได้ พร้อมแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ ไม่ยอมรับขอบเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศ

การที่สหรัฐฯ ไม่ยอมรับขอบเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศหมายความว่าอย่างไร ในกรณีที่ ICC อนุมัติหมายจับผู้นำอิสราเอลและผู้นำฮามาส 129 รัฐที่ให้สัตยาบันเป็นรัฐภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศมีพันธกรณีที่ต้องจับกุมบุคคลที่ถูกระบุไว้ในหมายจับ เนื่องจากศาลอาญาระหว่างประเทศไม่มีกลไกลบังคับใช้กฎหมายเป็นของตนเอง

สหรัฐฯ ไม่ได้ให้สัตยาบันเป็นรัฐภาคีของ ICC นี่เท่ากับว่าสหรัฐฯ ไม่มีข้อผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามหมายจับผู้นำอิสราเอลและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลของ ICC หากมีการอนุมัติออกมา

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีที่สหรัฐฯ จะคัดค้านหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยสหรัฐฯ เคยสนับสนุนหมายจับที่ผ่านมาของ ICC รวมถึงหมายจับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียจากกรณีการทำสงครามรุกรานยุเครน

นอกจากการประกาศขอหมายจับผู้นำอิสราเอลของ ICC อีกแรงกดดันที่มุ่งไปยังอิสราเอลยังมาจากการประกาศเตรียมรับรองสถานะความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ของนอร์เวย์ สเปน และไอร์แลนด์ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม หรือก็คือช่วงสัปดาห์หน้า

จุดประสงค์ของรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์คือ เป็นไปเพื่อประกันว่าแนวทางสองรัฐหรือ two-state solution ที่เสนอให้มีการตั้งรัฐปาเลสไตน์บนดินแดนทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนร่วมกับรัฐอิสราเอล จะยังคงเป็นทางออกของความขัดแย้งอันยาวนานระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ และผลักดันให้กระบวนการสันติภาพที่มุ่งไปสู่แนวทางสองรัฐกลับมาเดินหน้าอีกครั้งหลังจากชะงักงันมาเป็นเวลากว่าทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม นี่ทำให้อิสราเอลไม่พอใจอย่างมาก โดยเมื่อวานนี้ เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ สเปน และไอร์แลนด์ประจำอิสราเอลถูกเรียกตัวเข้าพบที่กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลในนครเยรูซาเลม โดยอาวี ไฮแมน โฆษกประจำสำนักอำนวยการการทูตสาธารณะแห่งชาติอิสราเอลได้ชี้แจ้งต่อเอกอัครราชทูตของทั้งสามประเทศ โดยระบุว่า การรับรองรัฐปาเลสไตน์จะไม่นำไปสู่สันติภาพ และนี่เป็นนโยบายที่ล้มเหลวไปแล้ว

ขณะเดียวกันกับที่อิสราเอลเดินหน้าทำสงครามในฉนวนกาซา มีรายงานว่าเกิดการละเมิดอย่างกว้างขวางในสถานคุมขังนักโทษชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอล

เมื่อวานนี้ สำนักข่าวเดอะ การ์เดียนรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากผู้แจ้งเบาะแสว่า นักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังอยู่ในสถานกักกัน ‘เซ เทมาน’ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่บริเวณทะเลทรายเนเกฟทางตอนใต้ของอิสราเอลใกล้กับชายแดนของฉนวนกาซาถูกละเมิดสิทธิและทารุณกรรม ที่นี่เป็นคุกที่อิสราเอลใช้คุมขังชาวปาเลสไตน์ที่จับมาจากฉนวนกาซาและผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส

ผู้แจ้งเบาแสระบุว่าสถานคุมขังถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นคุกที่มีขนาดแคบ โดยนักโทษชาวปาเลสไตน์ราว 200 คนที่ถูกกักขังที่นี่จะถูกปิดตาไม่ให้มองเห็น ใส่กุญแจมือ และถูกสั่งไม่ให้ขยับตัวหรือพูด ไม่เช่นนั้นจะถูกสั่งให้ยืนอ และยกมือขึ้นเหนือศีรษะขณะที่ใส่กุญแจมือค้างไว้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

ส่วนที่สองคือโรงพยาบาลสำหรับนักโทษที่บาดเจ็บจากสงคราม แหล่งข่าวระบุว่านักโทษที่ถูกคุมขังที่นี่จะถูกใส่กุญแจมือล็อกไว้กับเตียง ปิดตา รวมถึงถูกบังคับให้สวมผ้าอ้อม นอกจากนี้นักโทษที่บาดเจ็บยังไม่ได้รับยาแก้ปวดระหว่างกระบวนการรักษาเช่นกัน

 

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ