เจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยว่า คาดว่ามีประชาชนมากกว่า 670 รายเสียชีวิตจากเหตุดินถล่มในพื้นที่ห่างไกลทางตอนเหนือของปาปัวนิวกินี ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต
ตัวเลขประมาณการใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากช่วงต้นสัปดาห์ที่สหประชาชาติเชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 100 คน
ด้าน เซอร์ฮาน อักโตรปราก หัวหน้าคณะผู้แทนองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) กล่าวว่า บ้านมากกว่า 150 หลังในหมู่บ้านยัมบาลีถูกฝังอยู่ใต้ซากดินถล่ม
อักโตปรากเสริมว่า ประชากรของหมู่บ้านในตอนแรกมีรายงานว่ามีประมาณ 4,000 คน แต่การประเมินใหม่พบว่าจำนวนผู้อยู่อาศัยจริงนั้นสูงกว่านั้นมาก
เบื้องต้นมีรายงานว่า ประชาชนในบ้านเรือนมากกว่า 250 หลังถูกอพยพออกไปแล้ว โดยคาดว่าจะมีผู้พลัดถิ่นประมาณ 1,250 คน และคนในพื้นที่จำนวนมากได้ไปพักอาศัยชั่วคราวร่วมกับญาติและเพื่อนฝูงในบริเวณใกล้เคียง
อักโตปรากบอกว่า พื้นที่ดังกล่าวยังคงมี “ความเสี่ยงอย่างยิ่งยวด” เนื่องจากดินและหินยังคงถล่มลงมา และพื้นดินต้องเผชิญกับความกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่และประชาชนกำลังพยายามเคลื่อนย้ายศพที่ฝังอยู่ใต้ดินด้วยไม้ขุด พลั่ว และส้อมพรวนดิน
ภัยพิบัติดังกล่าวเกิดขึ้นที่หมู่บ้านอันห่างไกลในจังหวัดเอนกา (Enga) ห่างจากเมืองหลวงพอร์ตมอร์สบีไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 600 กิโลเมตร เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 24 พ.ค.
ปาปัวนิวกินีเป็นประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน อุดมไปด้วยทรัพยากร แต่เศรษฐกิจของประเทศตามหลังประเทศเพื่อนบ้านมายาวนาน และมีอัตราการเกิดอาชญากรรมที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ภูมิประเทศส่วนใหญ่ของปาปัวนิวกินีเป็นภูเขาที่กว้างใหญ่ สลับซับซ้อน ตลอดจนการขาดแคลนถนน ทำให้การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น น้ำ ไฟฟ้า และสุขาภิบาล เป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งส่งผลกระทบมาถึงปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตในเหตุดินถล่มครั้งนี้ด้วย
เรียบเรียงจาก CNN
เปิดปฏิทินวันหยุดเดือนมิถุนายน 2567 แนะวิธีลาให้ได้หยุดยาว 4 วัน