ระหว่างการชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาอิสราเอล นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้เปิดการสืบสวนเหตุการณ์โจมตีทางอากาศในเมือราฟาห์ เมื่อวันอาทิตย์ ( 26 พ.ค.) ซึ่งระเบิดได้ตกที่ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 45 คน
โดยนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูยืนยันว่า อิสราเอลจะพยายามอย่างดีที่สุดในการไม่ทำร้ายผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ยอมรับว่าเหตุดังกล่าวคือความผิดพลาด
ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ IDF ระบุว่า หน่วยงานประเมินและตรวจสอบข้อเท็จจริงกำลังสืบสวนเรื่องการโจมตีทางอากาศดังกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีทางอากาศบริเวณที่ตั้งค่ายอพยพทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองราฟาห์ โดยมีเป้าหมายคือฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาส และสังหารเจ้าหน้าที่อาวุโสของฮามาสได้ 2 ราย
เหตุการณ์นี้ยังเพิ่มแรงกดดันจากนานาชาติต่อปฏิบัติการของอิสราเอลในฉนวนกาซาโดย ฟิลิปเป ลาซซารินี เลขาธิการสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ หรือ UNRWA ระบุว่า ภาพความเสียหายจากการโจมตีเมื่อคืนวันอาทิตย์ เป็นหลักฐานว่าราฟาห์เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายและอิสราเอลต้องยุติปฏิบัติการทางทหารในเมืองแห่งนี้ทันที
เช่นเดียวกับ โจเซป บอร์เรล ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปที่เรียกร้องอิสราเอลปฏิบัติตามคำสั่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ ด้วยการหยุดโจมตีเป้าหมายตางตอนใต้ของฉนวนกาซา พร้อมทั้งวิจารณ์กลุ่มฮามาสว่าไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ หลังจากยิงจรวดหลายลูกโจมตีกรุงเทล อาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอลเมื่อวันอาทิตย์
ขณะที่ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศสที่ระบุว่าขณะนี้เมืองราฟาห์ไม่มีพื้นที่ปลอดภัยหลงเหลืออีกต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทหารเหล่านี้และเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ
ด้านประธานาธิบดี เรย์ซิป เทย์ยิป เออร์โดอาน ผู้นำตุรกี ประณามอิสราเอลว่าเป็นรัฐก่อการร้าย และจะต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองราฟาห์