แหล่งข่าวด้านการทหารของอินเดียเปิดเผยกับ The Diplomat องค์กรข่าวระดับนานาชาติที่ครอบคลุมเรื่องการเมือง สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกว่า เวลานี้อินเดียกำลังวางแผนเพื่อเปลี่ยนชื่อสถานที่ 24 แห่งในเขตปกครองตนเองทิเบต ของจีน โดยเบื้องต้นทางการอินเดียยังไม่ได้เปิดเผยชื่อของสถานที่ที่ต้องการจะเปลี่ยนชื่อว่ามีจุดไหนบ้าง แต่ว่า แผนกสงครามข้อมูลของกองทัพอินเดียมีหน้าที่รับผิดชอบในการเปลี่ยนชื่อสถานที่เหล่านั้น
นอกจากนี้หน่วยงานดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงเช่น Asiatic Society ในโกลกาตาด้วย
หนึ่งในทหารของกองทัพอินเดียระบุว่า ชื่อใหม่ที่จะตั้งให้กับสถานที่เหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียด ซึ่งหมายความว่า อินเดียมีความพยายามอย่างมาก เพื่อให้แน่ใจว่าชื่อที่เลือกมาตั้งในพื้นที่เหล่านั้นมีความถูกต้องตามกฎหมายและสอดคล้องกับประวัติศาสตร์ที่แท้จริง และนี่ถือเป็นข้อพิสูจน์ของกองทัพอินเดียในการหักล้างข้อมูลของจีน ที่พยายามเปิดเผยเรื่องเล่าในตำนาน และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับภูมิภาคนี้
ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ระดับโลกของอินเดีย ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอเรื่องราวข้อโต้แย้งที่น่าสนใจต่อคำกล่าวอ้างของจีน ในรัฐอรุณาจัลประเทศ และบริเวณชายแดน รวมถึงพื้นที่ข้อพิพาทอื่นๆ และจุดประสงค์หลักคือ เพื่อแสดงมุมมองของอินเดีย และท้าทายคำกล่าวอ้างของจีน โดยเสนอมุมมองทางการเลือก และหลักฐานทางประวัติศาสตร์
ขณะที่การตัดสินใจของอินเดียในการเปลี่ยนชื่อสถานที่ในทิเบตนอกเหนือจากเป็นการตอบสนองแบบตาต่อตาฟันต่อฟันแล้ว ก็อาจส่งผลกระทบในมิติอื่นๆอีก นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า ความเคลื่อนไหวนี้อาจ เป็นทำให้ชาวทิเบตตั้งคำถามต่ออินเดีย และอาจเปลี่ยนแปลงการยอมรับของอินเดียต่อทิเบตในฐานะดินแดนส่วนหนึ่งของจีนที่มีมาอย่างยาวนานด้วย
ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวของอินเดียมีขึ้น หลังจากเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โฆษกกระทรวงกลาโหมของจีนออกมาเปิดเผยการเปลี่ยนชื่อแม่น้ำ ภูเขา ทะเลสาบ และพื้นที่เขตที่อยู่อาศัย 30 แห่งภายในรัฐอรุณาจัลประเทศ ของอินเดีย โดยอ้างว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ
การเปลี่ยนชื่อใหม่ในดินแดนดังกล่าว ถือเป็นความพยายามครั้งที่ 4 ของรัฐบาลจีนเพื่อให้มีภาษาจีนปรากฏอยู่ภายในรัฐอรุณาจัลประเทศ โดยทางการจีนอ้างว่า การเปลี่ยนชื่อพื้นที่ดังกล่าวได้ดำเนินการตามกฎระเบียบที่กำหนดโดยคณะรัฐมนตรีของจีน
ขณะที่อินเดียพยายามตอบโต้กลับจีน เนื่องจากมองว่าการเปลี่ยนชื่อสถานที่ต่างๆของจีนในรัฐอรุณาจัลประเทศมีนัยยะสำคัญบางอย่าง และอาจเป็นความพยายามของจีนที่สนับสนุนการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนดังกล่าว
โดยจีนเรียกพื้นที่เหล่านั้นว่าเป็นภูมิภาค Zangnan หรือ ทิเบตใต้ และการเปลี่ยนชื่อสถานที่ต่างๆถือเป็นความพยายามในการควบคุม และเสริมสร้างอิทธิพลของจีนในพื้นที่ดังกล่าว
นักวิเคราะห์ชี้ว่า แม้ว่าอินเดียจะยอมรับว่า ทิเทตเป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่การที่รัฐบาลของนายกฯ นเราทรา โมดี ของอินเดียเดินเกมเปลี่ยนชื่อในดินแดนของทิเบตเพื่อแสดงจุดยืนในการตอบโต้การกระทำเชิงรุกของจีนที่นับวันยิ่งเหิมเกริม และการเปลี่ยนแปลงไปใช้แนวทางนี้ต่อจีน ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของอินเดียในการท้าทายอำนาจของรัฐบาลจีน
สำหรับการตัดสินใจเปลี่ยนชื่อสถานที่ต่างๆในรัฐดังกล่าวที่จีนดำเนินการแต่ฝ่ายเดียว ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2017 เป็นการเปลี่ยนชื่อสถานที่ 6 แห่ง ตามมาด้วยปี 2021 ได้มีการเปลี่ยนชื่อสถานที่ใหม่ 15 แห่ง และปี 2023 มีการเปลี่ยนชื่อสถานที่ 11 แห่ง และครั้งที่ 4 คือล่าสุด ที่มีการเพิ่มรายชื่อเปลี่ยนแปลงมากกว่าครั้งก่อน และมีนับยะสำคัญอย่างมาก เพราะจำนวนชื่อของสถานที่ใหม่มากกว่า 3 ครั้งก่อนหน้ารวมกัน
ขณะที่อินเดียปฏิเสธความพยายามของจีนมาโดยตลอด โดยยืนยันว่า รัฐเป็นองค์ประกอบภายในของประเทศ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงชื่อสถานที่ไม่ได้เปลี่ยนความเป็นจริงพื้นฐานของสถานะของรัฐอรุณาจัลประเทศในฐานะดินแดนที่เป็นส่วนสำคัญของอินเดีย