เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ศูนย์นิเวศวิทยาทะเลจีนใต้ของจีน ได้เผยแพร่ผลการศึกษาใหม่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางทะเลใกล้กับแนวปะการังเหรินอ้ายเจียวในทะเลจีนใต้ โดยพบว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
โดยผู้เชี่ยวชาญได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น และพายุหมุนเขตร้อนที่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศในท้องถิ่น
ทั้งนี้แนวปะการัง ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพใกล้กับเหรินอ้าย เจียวกำลังตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคาม และกำลังถูกทำลาย
จากการตรวจสอบของจีนเมื่อไม่นานมานี้ ชี้ให้เห็นว่า เรือฟิลิปปินส์ที่เกยตื้นอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ปี 1999 จนถึงปัจจุบัน เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษหลักที่คุกคามระบบนิเวศของแนวปะการัง เนื่องจากเรืออยู่ในสภาพเสื่อมโทรม และปล่อยสารที่เป็นอันตรายออกไปสู่น่านน้ำโดยรอบ
หลิว อี้ฮวา ผู้อำนวยการสำนักงานเตือนภัยล่วงหน้า ศูนย์นิเวศวิทยาทะเลจีนใต้ บอกว่า "เราตรวจพบการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญของโลหะหนัก ปรอท น้ำมัน และฟอสเฟตอินทรีย์ที่ละลายน้ำ เมื่อเทียบกับระดับก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของสารเคมีเหล่านี้จะทำลายสภาพแวดล้อมการเติบโตของแนวปะการัง"
ผู้เชี่ยวชาญของจีนชี้ว่า เรือที่จอดอยู่บนน่านน้ำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อแนวปะการัง ขณะที่การกัดเซาะของกระแสน้ำในมหาสมุทรทำให้ปัญหานี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น
นอกจากนี้กิจกรรมของมนุษย์บนเรือก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของปะการัง โดยจากการตรวจของของทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีเศษปะการัง และปะการังที่ตายแล้วเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีอวนจับปลาขนาดใหญ่ และทุ่นรอบๆ เรือที่จอดอยู่ด้วย
ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า พื้นที่ครอบคลุมของปะการังที่ก่อตัวเป็นแนวปะการังลดลง 87 % ภายในรัศมี 400 เมตรของเรือ อีกทั้งยังพบสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ก้นทะเลในพื้นที่ดังกล่าวลดลงด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่เรือจอดอยู่
ส่วนความเคลื่อนไหวของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ได้ออกมาปฏิเสธข้อครหาดังกล่าว จีนพร้อมเรียกร้องให้บุคคลที่สามดำเนินการหาสาเหตุที่แท้จริงเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นที่แนวปะการังแห่งนี้
"รหัสเรียกคืนข้อมูล LINE" คืออะไร? ตั้งค่า-ใช้งานอย่างไรบ้าง?