สัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำชาติสมาชิกนาโตได้ออกแถลงการณ์ระหว่างการประชุมสุดยอดครบรอบ 75 ปี ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดย กล่าวหาจีนว่าเป็น "ผู้สนับสนุนสำคัญ" ในการทำสงครามของรัสเซียกับยูเครน ซึ่งถือเป็นคำวิจารณ์ที่รุนแรงที่สุดที่นาโตมีต่อจีนเกี่ยวกับประเด็นนี้
แม้ว่าก่อนหน้านี้สมาชิกนาโต้และจีนจะเคยกล่าวโจมตีกัน แต่นาโตก็ไม่เคยกล่าวหาจีนตรงๆ ในประเด็นสงครามยูเครน
โดยในการประชุมสุดยอดนาโตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำจากชาติสมาชิกนาโต 32 ประเทศได้ลงนามรับรองแถลงการณ์ผลการประชุม ซึ่งมีเนื้อหาที่พุ่งเป้าไปที่จีนเป็นพิเศษ ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าว ได้กล่าวหาจีนว่า เป็นผู้มีส่วนทำให้สงครามในยูเครนเกิดขึ้น ผ่านการเป็นหุ้นส่วนที่ไร้ขีดจำกัดกับรัสเซีย และการสนับสนุนอุตสาหกรรมกลาโหมของรัสเซีย
จีนและรัสเซียประกาศความเป็นหุ้นส่วนไร้ขีดจำกัดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 หลังการพบกันระหว่าง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงและประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งเป็นเวลาไม่กี่วันก่อนที่รัสเซียจะเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ โดยคำประกาศระบุว่า จะไม่มีขีดจำกัดในมิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศ และไม่มีข้อห้ามใดๆ ในความร่วมมือระหว่างกัน
ทั้งนี้แถลงการณ์ของนาโตยังร้องขออย่างชัดเจนให้จีนหยุดให้การสนับสนุนความพยายามทำสงครามของรัสเซียทั้งด้านวัตถุและทางการเมือง ซึ่งรวมถึงการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ซึ่งหมายถึงสินค้าที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งทางการพาณิชย์และการทหาร ที่สามารถใช้ในการผลิตอาวุธได้
นอกจากนี้ยังเตือนว่า จีนไม่สามารถมีส่วนร่วมในการทำสงครามครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปในประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบันได้โดยที่ไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อผลประโยชน์และชื่อเสียงของตน
"จีนส่งอุปกรณ์ที่ใช้ได้สองทาง ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมืออื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทำให้รัสเซียผลิตขีปนาวุธ ระเบิด เครื่องบิน อาวุธที่ใช้โจมตียูเครนได้ และความจริงที่ว่าสิ่งนี้ได้ถูกระบุอย่างชัดเจนแล้วในตอนนี้ และรับรองโดยชาติสมาชิกนาโตทั้งหมด เป็นการส่งสารที่สำคัญถึงจีน และแน่นอน เราระบุด้วยว่ามันจะเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้"
ซึ่งทางฝั่งจีนก็ออกมาตอบโต้ว่า แถลงการณ์ของนาโตเต็มไปด้วยแนวคิดแบบสงครามเย็นและถ้อยคำที่มุ่งร้าย ขณะที่เนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับจีนก็เต็มไปด้วยการยั่วยุ คำโกหก และการใส่ร้ายป้ายสี พร้อมกับย้ำว่า จุดยืนของจีนในประเด็นยูเครนคือการส่งเสริมการเจรจาสันติภาพและการคลี่คลายทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกต่างรับรู้และเห็นด้วย
"แถลงการณ์การประชุมสุดยอดของนาโต้ที่กรุงวอชิงตันทำให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเต็มไปด้วยแนวคิดแบบสงครามเย็นและคำพูดที่มุ่งร้าย เนื้อหาที่เกี่ยวกับจีนเต็มไปด้วยอคติ การใส่ร้าย และการยั่วยุ เราไม่พอใจอย่างยิ่งกับเรื่องนี้และคัดค้านอย่างเด็ดขาด เราได้ทำการแสดงความไม่พอใจอย่างเป็นทางการต่อนาโต้แล้ว"
"ในประเด็นยูเครน นาโต้กล่าวเกินจริงถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องของจีน โดยเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลและมาจากเจตนาร้าย จีนมีจุดยืนที่เป็นกลางและเป็นธรรม และบทบาทที่สร้างสรรค์ในประเด็นยูเครน ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากประชาคมระหว่างประเทศ นาโต้ยังคงเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่สร้างโดยสหรัฐอเมริกาและทำให้จีนเสื่อมเสียโดยไม่มีหลักฐานใดๆ นี่เป็นการยั่วยุและบ่อนทำลายความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างจีนและสหภาพยุโรป"
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว จีนได้เสนอแผนสันติภาพ 12 ข้อ เพื่อยุติสงครามยูเครน ซึ่งรัสเซียระบุว่าเป็นแนวทางที่เป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การเจรจาเพื่อยุติสงคราม ขณะที่ยูเครนปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวของจีน
นอกจากประเด็นยูเครนแล้ว แถลงการณ์นาโตยังกล่าวหาจีนว่า “ท้าทายความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปและแอตแลนติกอย่างเป็นระบบ” ผ่านกิจกรรมทางไซเบอร์และสงครามลูกผสม ซึ่งรวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิด
นอกจากนี้ นาโตยังกล่าวหาจีนว่าร่วมมือกับรัสเซียเพื่อบั่นทอนและเปลี่ยนแปลงระเบียบระหว่างประเทศที่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย และใช้วิธีการบีบบังคับเพื่อทำให้นาโตแตกแยก แม้ว่าแถลงการณ์นาโตจะไม่ได้ยกตัวอย่างเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต ได้ระบุว่า ตุรกีสนใจที่จะเข้าร่วม องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ เอสซีโอ (SCO) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มด้านความมั่นคงที่นำโดยจีนและรัสเซีย โดยตุรกีเป็นคู่เจรจาของ SCO มาตั้งแต่ปี 2012
ขณะที่เมื่อวันอังคารที่แล้ว ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนก็ได้พบกับ นายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ของฮังการี เพื่อหารือถึงการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งฮังการีก็เป็นสมาชิกนาโตเช่นกัน
มาเธอ บูเลก (Mathieu Boulegue) ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันชัทแธมเฮ้าส์ (Chatham House) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองของอังกฤษ ระบุว่า ข้อกล่าวหาของนาโตที่ว่าจีนกำลังพยายามทำลายพันธมิตรนาโต เป็นผลมาจากปฏิบัติการความรุนแรงต่ำที่จีนใช้กับชาติตะวันตก เช่น การสอดแนมและการบ่อนทำลายเศรษฐกิจ แต่ก็มีเหตุผลใหม่ๆ หลายเหตุผลที่ทำให้สงครามน้ำลายนี้รุนแรงขึ้น ทำไมความตึงเครียดระหว่างนาโตและจีนถึงยกระดับขึ้นตอนนี้
บูเลกกล่าวว่า นาโตแสดงความสนใจมากขึ้นที่จะขยายพันธกิจของตัวเอง ซึ่งรวมถึงอิทธิพลทางภูมิศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ นาโตจึงพยายามที่จะร่วมมือกับชาติเอเชียแปซิฟิกที่เป็นพันธมิตรกับชาติตะวันตก ซึ่งจุดที่นาโตจะเข้าไปได้ก็คือการมองไปที่ความเกี่ยวข้องของจีนกับสงครามของรัสเซียในยูเครน ซึ่งปีนี้มีหลักฐานว่าจีนมีส่วนเกี่ยวข้องให้เห็นมากขึ้น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นาโตกล่าวจีนว่าสนับสนุนสงครามของรัสเซีย แต่ก่อนหน้านี้ คำกล่าวหามักจะมาจากผู้นำชาติสมาชิกแต่ละคนมากกว่า ไม่ใช่เอกสารแถลงการณ์ที่ลงนามโดยชาติสมาชิกทั้งหมด
เมื่อวันพฤหัสบดี (11 ก.ค.) นาโตได้จัดการประชุมกับผู้นำนิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ของนาโตกับพันธมิตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และบทบาทของตัวเองในภูมิภาคดังกล่าวซึ่งจีนครองอิทธิพลมายาวนาน
แถลงการณ์ผลการประชุมกล่าวถึงแผนของนาโตที่จะเปิดโครงการร่วมกับหุ้นส่วนในเอเชียแปซิฟิก 4 โครงการ เพื่อสนับสนุนยูเครน เสริมสร้างความร่วมมือการป้องกันด้านไซเบอร์ ตอบโต้การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และพัฒนาปัญญาประดิษฐ์
โดยก่อนหน้าการประชุมดังกล่าวโฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน แถลงว่า จีนคัดค้านการที่นาโตดำเนินบทบาทนอกเหนือการเป็นพันธมิตรเพื่อการป้องกันระดับภูมิภาค พร้อมกับกล่าวหานาโตว่าพยายามเอาตัวเองเข้ามาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อยุยงให้เกิดการเผชิญหน้าและการเป็นศัตรูกัน และขัดขวางความเจริญก้าวหน้าและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้
แต่ขณะเดียวกัน สัปดาห์ที่ผ่านมา จีนก็จัดการซ้อมรบทางทหารร่วมกับประเทศเบลารุสที่ใกล้พรมแดนของโปแลนด์ ซึ่งเป็นชาติสมาชิกนาโต โดยจีนอ้างว่าการซ้อมรบนี้ ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. และสิ้นสุดในวันที่ 19 ก.ค. มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคการสู้รบและกระชับความร่วมมือและการสื่อสารระหว่างกองทัพสองประเทศเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายบนแผ่นดินเบลารุส
แถลงการณ์ผลการประชุมนาโตจึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงในสมการระหว่างนาโตและจีน โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณที่ชี้ว่ารอยร้าวระหว่างจีนและชาติพันธมิตรนาโตจะมีแต่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
วิธีตรวจหวย N3 ก่อนเริ่มทดลองขายวันแรก 2 ต.ค. 67 ออกงวด 16 ต.ค.67