เมื่อวันที่ 25 ก.ค. จนถึงเวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หน่วยงานท้องถิ่นมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกของจีน รายงานการอพยพประชาชน 156,800 คน หลังพายุไต้ฝุ่นแคมี ซึ่งเป็นไต้ฝุ่นลูกที่สามในปีนี้ เคลื่อนตัวเข้าใกล้ฝูเจี้ยน ก่อนพัดถล่มขึ้นฝั่ง
ทั้งนี้มีรายงานว่า ทางการท้องถิ่นได้มีการสั่งระงับบริการเดินเรือโดยสารข้ามฟาก 73 เส้นทางตามแนวชายฝั่งของฝูเจี้ยน รวมถึงยกเลิกเที่ยวบิน 97 เที่ยวบิน
นอกจากนี้สำนักงานควบคุมอุทกภัยของฝูเจี้ยนระบุว่าประชาชนกว่า 29,000 คนที่ทำงานบริเวณแพจับปลาตามแนวชายฝั่งได้อพยพกลับขึ้นฝั่งแล้ว ส่วนเรือประมง 733 ลำกลับเข้าเทียบท่าเพื่อหลบภัยตามท่าเรือต่างๆ ขณะประชาชนราว 3,200 คนที่อยู่บนเรือเดินทางกลับขึ้นฝั่งแล้วเช่นกัน
พายุไต้ฝุ่นแกมีพัดขึ้นฝั่งในอำเภออี๋หลานของเกาะไต้หวันทางตะวันออก เมื่อราวเที่ยงคืนของเมื่อวานนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 200 ราย และคาดการณ์ว่าจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วสูงสุดราว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รายงานระบุว่า พายุไต้ฝุ่นลูกนี้จะพัดขึ้นฝั่งตามแนวชายฝั่งตั้งแต่อำเภอเหลียนเจียงถึงเขตซิ่วอวี่ในฝูเจี้ยนระหว่างช่วงบ่ายและช่วงเย็นของวานนี้ จากนั้นคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ภายในมณฑลและมุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อไป
หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาท้องถิ่นรายงานว่าตำบล 104 แห่งใน 20 อำเภอทั่วฝูเจี้ยนซึ่งได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่น มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงกว่า 50 มิลลิเมตร ในช่วง 24 ชั่วโมงตั้งแต่ 06.00 น. ของวันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม จนถึงวันพฤหัสบดี 25 กรกฎาคม และมี 25 ตำบลที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 100 มิลลิเมตร โดยปริมาณสูงสุดที่บันทึกได้อยู่ในตำบลก่วนหยาง เมืองฝูติ่ง ซึ่งสูงถึง 178.7 มิลลิเมตร
ส่วนความเสียหายจากไต้ฝุ่นแคมีในฟิลิปปินส์ และไต้หวัน มีรายงานว่าที่นั่นเผชิญกับน้ำท่วม และดินถล่มเป็นวงกว้าง ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 คน
โดยในส่วนของทางการฟิลิปปินส์กำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อควบคุมการรั่วไหลของน้ำมัน หลังจากเรือบรรทุกน้ำมันที่บรรทุกเชื้อเพลิงอุตสาหกรรมจำนวน 1.5 ล้านลิตร ล่มและจมลงนอกชายฝั่งของประเทศ
รถไฟความเร็วสูงฝรั่งเศสหยุดชะงัก จากเหตุที่คาดว่าเป็น “การก่อวินาศกรรม”