วานนี้ ( 28 ก.ค.) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียได้กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของสหรัฐอเมริกาที่ประกาศติดตั้งขีปนาวุธในเยอรมนี ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ต่อทหารเรือรัสเซีย จีน แอลจีเรีย และอินเดียเนื่องในโอกาสวันกองทัพเรือรัสเซียที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยระบุว่า การประกาศของรัฐบาลสหรัฐฯ และเยอรมนีในประเด็นการติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูงของสหรัฐฯในปี 2026 ได้ดึงดูดความสนใจของรัสเซียเป็นอย่างมาก
โดยชี้ว่า สหรัฐฯ กำลังทำให้โลกเสี่ยงต่อการจุดชนวนให้เกิดวิกฤตขีปนาวุธเหมือนยุคสงครามเย็น พร้อมขู่ว่ารัสเซียจะใช้มาตรการแบบเดียวกันในการตอบโต้การกระทำของสหรัฐฯ
สถานการณ์นี้ทำให้หวนนึกถึงเหตุการณ์ในยุคสงครามเย็น ที่มีการติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางของสหรัฐฯในยุโรป หากสหรัฐฯ ดำเนินการตามแผนดังกล่าว รัสเซียจะถือว่าได้อิสระจากมาตรการการวางกำลังแต่ฝ่ายเดียวก่อนหน้านี้ ระบบการโจมตีพิสัยกลาง และพิสัยใกล้ รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถของกองกำลังชายฝั่งของกองทัพเรือของรัสเซีย ในปัจจุบัน การพัฒนาระบบดังกล่าวจำนวนหนึ่งของเราอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย เราจะใช้มาตรการกระจกเงาสำหรับการใช้งานมาตรการดังกล่าว โดยคำนึงถึงการดำเนินการของสหรัฐอเมริกาและดาวเทียมที่ปฏิบัติการในยุโรปและประเทศอื่นๆ ของโลก
ทั้งนี้หลังจากก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปูติน เตือนว่า รัสเซียอาจเดินหน้าผลิตขีปนาวุธพิสัยใกล้และพิสัยกลางอีกครั้ง ก่อนที่จะพิจารณาว่าจะนำไปติดตั้งที่ใด หลังจากที่สหรัฐฯ ส่งขีปนาวุธแบบเดียวกันไปประจำการในยุโรปและเอเชีย
ในครั้งนั้นประธานาธิบดีปูติน ชี้ว่า สหรัฐฯ คือผู้ที่ทำให้เกิดความตึงเครียดจากการจัดส่งระบบยิงขีปนาวุธให้กับเดนมาร์กและฟิลิปปินส์ พร้อมทั้งเปรียบเทียบแผนล่าสุดของสหรัฐฯว่าเหมือนกับการตัดสินใจติดตั้งเครื่องยิงขีปนาวุธ Pershing II ในยุโรปตะวันตกเมื่อปี 1979 ซึ่งสร้างความกังวลให้สหภาพโซเวียตในขณะนั้นจนนำไปสู่วิกฤตขีปนาวุธที่คิวบา