เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 30 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่นอินเดีย ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านกำลังหลับใหล เกิดเหตุดินถล่มบริเวณเนินเขาแห่งหนึ่งในรัฐเกรละ ทางตอนใต้ของประเทศ
มีรายงานว่า บริเวณดังกล่าวเกิดเหตุดินถล่มอย่างน้อย 3 ครั้ง และส่งผลทำให้สะพานข้ามแม่น้ำพังถล่ม จากเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 123 คน และคาดการณ์ว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อีก เพราะยังมีผู้คนอีกประมาณ 100 คนที่ติดอยู่ในพื้นที่ที่หน่วยฉุกเฉินยังคงไม่สามารถเข้าถึงได้ ส่วนปฏิบัติการทางอากาศต้องถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากฝนตกหนัก
“แวกเนอร์” สูญเสียหนัก ถูกกบฏมาลีซุ่มโจมตี ผู้บัญชาการพลีชีพ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า กำลังจัดกำลังทหารมากกว่า 200 นายเพื่อเข้าช่วยเหลือกองกำลังความมั่นคงในการค้นหา และช่วยเหลือเหยื่อผู้ได้รับผลกระทบ
จนถึงตอนนี้โรงพยาบาลท้องถิ่นกำลังรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 100 คน ส่วนผู้ประสบภัยมากกว่า 3,000 คนได้รับการช่วยเหลือ และถูกย้ายตัวไปยังค่ายบรรเทาทุกข์ที่มีอยู่ 45 แห่งแล้ว
ขณะที่หลายพื้นที่ยังคงประกาศเฝ้าระวัง เนื่องจากคาดการณ์ว่า จะมีฝนตกหนัก
ส่วนความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ได้หารือกับคณะมุขมนตรีของรัฐเกรละ พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่ารัฐบาลกลางจะให้ความช่วยเหลือในการบรรเทาทุกข์
นอกจากนี้ยังประกาศมอบเงินชดเชย 200,000 รูปี หรือกว่า 85,000 บาท ให้กับครอบครัวของเหยื่อที่เสียชีวิต และมอบ 50,000 รูปี หรือประมาณ 21,000 บาทให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย
สำหรับเหตุดินถล่มครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติครั้งเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นในรัฐเกรละ นับตั้งแต่ปี 2018 โดยครั้งนั้นในรัฐแห่งนี้เผชิญกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 400 คน
ส่วนที่รัฐเทนเนสซี ของสหรัฐฯมีรายงานว่า เกิดเหตุรถพ่วงพลิกคว่ำ หลังจากสภาพอากาศที่รุนแรงทำให้เกิดพายุทอร์โดพัดถล่มโจมตีพื้นที่ดังกล่าวอย่างหนัก อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์นี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
ผ้าคลุมรถกันความร้อน และ 4 ไอเทมที่ช่วยทำให้รถดูสวยใหม่ตลอดเวลา