สื่อนอกรายงานข่าว “ถอดถอนเศรษฐา” ชี้ ซ้ำเติมความไม่แน่นอนการเมืองไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สำนักข่าวต่างประเทศหลายหัวรายงานข่าว “ถอดถอนเศรษฐา” ส่วนใหญ่วิเคราะห์ตรงกันว่า “การเมืองไทยปั่นป่วน-ไม่แน่นอน”

จากกรณีเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 67 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมสั่งให้รัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สำนักข่าวทั่วโลกให้ความสนใจและรายงาน เพราะเป็นอีกครั้งที่เสถียรภาพทางการเมืองของไทยถูกสั่นคลอน

Associated Press

สำนักข่าว Associated Press พาดหัวว่า “ศาลสั่งปลด 'เศรษฐา' พ้นตำแหน่ง ฐานทำผิดจริยธรรม”

คอนเทนต์แนะนำ
“เศรษฐา” ไม่รอด ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยขาดคุณสมบัติพ้นนายกฯ - ครม.หลุดทั้งคณะ

Associated Press รายงานข่าวถอดถอนเศรษฐา Associated Press
Associated Press รายงานข่าวถอดถอนเศรษฐา

พร้อมทั้งมีเนื้อความตอนหนึ่งเขียนว่า เรื่องนี้ “ส่งผลให้การเมืองของไทยยิ่งปั่นป่วนหนักขึ้น หลังจากศาลเพิ่งมีคำสั่งยุบพรรคฝ่ายค้านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว”

AP ระบุว่า คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่งนายกฯ เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่เคยถูกจำคุกฐานพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ศาล ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์

ผัก-ผลไม้จีน ทะลักตลาดสดโคราช ถูกกว่าไทยเท่าตัว-เกษตรกรไทยกระทบเต็มๆ

ศาลตัดสินว่า นายเศรษฐาในฐานะนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี โดยศาลระบุว่า นายเศรษฐาทราบเรื่องอดีตของ นายพิชิต ชื่นบาน แต่ยังคงเสนอชื่อ ดังนั้น ศาลจึงตัดสินว่าเขาละเมิดจริยธรรมร้ายแรง

AP ระบุว่า คำร้องยื่นถอดถอนนายเศรษฐาเริ่มต้นโดยอดีตสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการแต่งตั้งโดยกองทัพ ทำให้ถูกมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่เอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองที่สนับสนุนกองทัพในรัฐบาลผสม

พรรคเพื่อไทยได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะจบที่อันดับ 2 ในการเลือกตั้งทั่วไปก็ตาม เนื่องจากพรรคก้าวไกลไม่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภา ทำให้พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหญ่ที่สุด ตัดก้าวไกลพรรคออกจากการร่วมรัฐบาล และร่วมมือกับพรรคการเมืองที่สังกัดรัฐบาลทหารชุดก่อน เพื่อรวบรวมการสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่น ๆ และวุฒิสภาให้เพียงพอในการอนุมัตินายกรัฐมนตรีคนใหม่

BBC รายงานข่าวถอดถอนเศรษฐา BBC
BBC รายงานข่าวถอดถอนเศรษฐา

BBC

สำนักข่าว BBC จากอังกฤษพาดหัวว่า “ศาลไทยสั่งปลดนายกฯ พ้นตำแหน่ง ฐานละเมิดรัฐธรรมนูญ”

เนื้อข่าวช่วงหนึ่งระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาให้ถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน จากตำแหน่งนายกฯ หลังแต่งตั้งอดีตทนายความที่เคยต้องโทษจำคุกให้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี

นายเศรษฐา วัย 67 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งมาไม่ถึงปี ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ในรอบ 16 ปี ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญปลดออกจากตำแหน่ง (2 คนก่อนหน้านี้คือ นายสมัคร สุนทรเวช และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)

BBC ระบุว่า คำตัดสินดังกล่าวส่งสัญญาณถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับประเทศที่เกิดการรัฐประหารหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2557 เมื่อกองทัพเข้ายึดอำนาจ

BBC เขียนในทำนองเดียวกับ AP ว่า นายเศรษฐาได้เป็นนายกรัฐมนตรีแม้ว่าพรรคเพื่อไทยของเขาจะไม่ได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว โดยบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มอบชัยชนะอันน่าตกตะลึงให้กับพรรคก้าวไกลซึ่งเป็นพรรคปฏิรูปน้องใหม่ แต่พรรคนี้ถูกขัดขวางไม่ให้จัดตั้งรัฐบาลโดยวุฒิสภาที่แต่งตั้งโดยกองทัพ

จากนั้นเพื่อไทยก็บรรลุข้อตกลงกับพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ทำให้พรรคก้าวไกลต้องหยุดชะงัก และนายเศรษฐาก็เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำพรรค

CNN รายงานข่าวถอดถอนเศรษฐา CNN
CNN รายงานข่าวถอดถอนเศรษฐา

CNN

ทางฝั่งสื่อใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง CNN พาดหัวว่า “นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ของไทย พ้นจากตำแหน่ง หลังศาลมีคำพิพากษาสุดช็อก”

CNN รายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังศาลมีคำพิพากษาว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ละเมิดรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้การเมืองของประเทศไทยไม่แน่นอนยิ่งขึ้น

คำพิพากษาดังกล่าวมีขึ้น 1 สัปดาห์ หลังจากศาลมีคำพิพากษาให้ยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมของประเทศ โดยพรรคนี้ได้รับที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว

CNN ชี้ว่า คำตัดสินดังกล่าวหมายถึงความปั่นป่วนในภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทยที่ปั่นป่วนอยู่แล้ว ซึ่งผู้ที่พยายามผลักดันการเปลี่ยนแปลงมักจะขัดแย้งกับผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ทรงพลังซึ่งประกอบด้วยเหล่าทหาร และชนชั้นสูงทางธุรกิจ

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา สมาชิกรัฐสภาหลายสิบคนต้องเผชิญกับการตัดสิทธิทางการเมือง พรรคการเมืองถูกยุบ และนายกรัฐมนตรีถูกโค่นล้มโดยการรัฐประหารหรือคำตัดสินของศาล โดยฝ่ายตุลาการมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้เพื่อชิงอำนาจที่ยังคงดำเนินอยู่

CNN บอกว่า ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ความนิยมของนายเศรษฐาลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจหลักของเขาเผชิญกับการต่อต้านและความล่าช้า แต่คำตัดสินล่าสุดทำให้บรรดานักวิเคราะห์การเมืองตกตะลึง เพราะเชื่อว่าศาลจะเข้าข้างนายกรัฐมนตรี

Nikkei Asia รายงานข่าวถอดถอนเศรษฐา Nikkei Asia
Nikkei Asia รายงานข่าวถอดถอนเศรษฐา

Nikkei Asia

ขณะที่ Nikkei Asia ซึ่งเป็นสื่อสายหุ้นและเศรษฐกิจ รายงานว่า “ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนนายกฯ เศรษฐา ออกจากตำแหน่ง” และบอกว่า “คำพิพากษาสร้างความวุ่นวายทางการเมือง บั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อเศรษฐกิจ”

Nikkei Asia ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาถอดถอนนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากกระทำผิดรัฐธรรมนูญกรณีแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งคำพิพากษาดังกล่าวน่าจะทำให้การเมืองของไทยกลับมาวุ่นวายอีกครั้งในรอบ 1 ปี

คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุดและไม่สามารถอุทธรณ์ได้ นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา เมื่อพรรคเพื่อไทยของเขาฟื้นตัวจากความวุ่นวายหลังการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดปัจจุบัน ยุติการปกครองภายใต้การปกครองของทหารที่กินเวลานานถึง 9 ปีได้

คำตัดสินของศาลอาจสร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจที่ตอนนี้เกิดความสงสัยเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและความต่อเนื่องของนโยบาย รวมถึงการแจกเงินดิจิทัลและการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย

Reuters รายงานข่าวถอดถอนเศรษฐา Reuters
Reuters รายงานข่าวถอดถอนเศรษฐา

Reuters

ส่วนสำนักข่าวระดับโลก Reuters พาดหัวว่า “ศาลไทยสั่งปลดนายกฯ เศรษฐา พ้นตำแหน่ง เหตุแต่งตั้ง ครม.”

รอยเตอร์ระบุว่า การปลดนายเศรษฐาออกจากตำแหน่ง หลังดำรงตำแหน่งได้ไม่ถึงปี หมายความว่ารัฐสภาจะต้องประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนสำหรับประเทศที่เผชิญการรัฐประหารและคำตัดสินของศาลมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ จนนำไปสู่การล้มรัฐบาลและพรรคการเมืองหลายพรรค

รอยเตอร์บอกว่า พรรคเพื่อไทยเจองานหนักจากความวุ่นวายของประเทศไทยมาโดยตลอด โดยมีรัฐบาล 2 รัฐบาลถูกโค่นอำนาจจากการรัฐประหารในความขัดแย้ง

การตัดสินใจครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อการสงบศึกอันเปราะบางระหว่าง นายทักษิณ ชินวัตร นักการเมืองรุ่นใหญ่ และศัตรูของเขาในกลุ่มชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมและทหารรุ่นเก่า ซึ่งการสงบศึกได้ทำให้ตัวพ่อการเมืองรายนี้กลับมาจากการลี้ภัยได้สำเร็จ

รอยเตอร์ระบุอีกว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญมีขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเศรษฐกิจไทยที่เศรษฐาพยายามอย่างหนักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไทยเจอทั้งการส่งออกและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนแอ หนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่ว และธุรกิจขนาดเล็กกว่าล้านแห่งไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ