ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพบปะหารือระหว่าง นาย อิสราเอล แคทซ์ ( Israel Katz) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอิสราเอล กับ นาย เดวิด แลมมี (David Lammy) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ และ นาย สเตฟาน เซจอร์เน่ (Stéphane Séjourné) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเดินทางเยือนเมืองเยรูซาเลม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
โดย นายแคทซ์ ได้แสดงความหวังว่าอังกฤษและฝรั่งเศส จะให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอล ที่ไม่จำกัดเฉพาะเพียงการป้องกันประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการโจมตีเป้าหมายสำคัญๆภายในอาณาเขตของอิหร่านด้วย
ขณะที่ แถลงการณ์ร่วมของอังกฤษและฝรั่งเศส ไม่มีการพูดถึงข้อเรียกร้องจากนาย แคทซ์ โดยนาย เซจอร์เน่ ระบุว่าขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดถึงการเตรียมความพร้อมตอบโต้การโจมตีจากอิหร่าน เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจายุติสงครามในฉนวนกาซา
ด้านนาย แลมมี เตือนว่าความตึงเครียดในขณะนี้มีความเสี่ยงมากขึ้นที่สงครามจะลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง แต่ยังไม่สายเกินไปที่จะปลดชนวนความขัดแย้งและสร้างสันติภาพขึ้นในภูมิภาค
ส่วนสถานการณ์ด้านการสู้รบ เมื่อวานนี้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงจรวด 55 ลูกข้ามพรมแดนจากเลบานเอนเพื่อโจมตีพื้นที่ "อา-เย-เล็ท" (Ayelet) และ "ฮา-ชา-ฮาร์" (Hashahar) ทางภาคเหนือของอิสราเอลส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย นับเป็นครั้งแรกที่พื้นที่ทั้ง 2 แห่ง ตกเป็นเป้าหมาย
โดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระบุว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เป็นการตอบโต้กองทัพอิสราเอลที่โจมตีเขต "วาดี อัล-คะฟูร์. (Wadi al-Kfour ) ในจังหวัดนาบาเตียห์ของเลบานอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน ซึ่งเป็นตัวเลขการสูญเสียที่มากที่สุดในฝั่งเลบานานอน นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาเปิดฉากขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค.ปี ที่แล้ว