เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 ส.ค. กลุ่มฮามาสได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในการเจรจาที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยวิจารณ์นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลว่า พยายามสร้างเงื่อนไขใหม่ ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเจรจา เพื่อให้การสู้รบยืดเยื้อออกไป
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอลในวันเดียวกันว่า การเจรจาข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮามาสผ่านประเทศตัวกลางมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จค่อนข้างน้อย
ทั้งนี้ หนึ่งในเงื่อนไขหลักที่กลุ่มฮามาสคัดค้าน คือจุดยืนของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูที่ต้องการให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยังคงตรึงกำลังทหารไว้ตามเส้นทาง "ฟิลาเดลฟี" (Philadelphi Corridor) ซึ่งเป็นชายแดนระหว่างอียิปต์และฉนวนกาซา เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มฮามาสใช้เป็นช่องทางขนส่งอาวุธ หรือฟื้นฟูศักยภาพการสู้รบ
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19 ส.ค. แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเข้าพบกับนายกรัฐมนตรี เนทันยาฮู ที่กรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล เพื่อเดินหน้าความพยายามจัดทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส
โดยประธานาธิบดีวหรัฐฯ โจ ไบเดน ยืนยันว่า จะไม่ล้มเลิกความพยายามดังกล่าว และยังเชื่อว่าการเจรจาหยุดยิงยังมีโอกาสประสบความสำเร็จ
นอกจากอิสราเอลแล้ว บลิงเคนยังมีแผนเดินทางต่อไปยังอียิปต์ อีกหนึ่งชาติตัวกลางการเจรจา ซึ่้งภารกิจในรอบนี้นับเป็นการเยือนตะวันออกกลางครั้งที่ 10 ของบลิงเคน นับตั้งแต่เกิดสงครามในกาซ่าที่เริ่มต้นจากกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปีที่แล้ว
ส่วนสถานการณ์สู้รบในฉนวนกาซา กองทัพอิสราเอลโยังคงโจมตีทางอากาศเป้าหมายในหลายพื้นที่ตลอดวันเสาร์และวันอาทิตย์ รวมทั้งที่เมืองเดอีร์ อัล-บาลาห์ เมืองข่านยูนิส และเมืองจาบาลิยา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 28 คน รวมทั้งผู้หญิงและเด็ก
โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่าปฏิบัติการทั้งสองวันสามารถสังหารนักรบกลุ่มฮามาสได้ 20 คน
เปิดภาพนาที "คิวพี" นักแสดงซีรีส์ขี่เจ็ตสกีชนเรือหางยาวอย่างจัง!