ภาพใหม่เผยการผุกร่อนเสื่อมสลายของ “ซากเรือไททานิก”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ภาพจากการส่งยานไร้คนขับไปสำรวจซากเรือไททานิกครั้งล่าสุดพบว่า ส่วนราวกั้นตรงหัวเรือได้ผุกร่อนจนพังตกลงไปก้นทะเลแล้ว

ผ่านมากว่า 112 ปีแล้วที่อดีตเรือสำราญขนาดใหญ่และหรูหราที่สุดในโลกอย่าง “ไททานิก” (Titanic) ต้องจมอยู่ที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกลึกกว่า 3.8 กิโลเมตร ซึ่งที่ผ่านมามีการส่งยานหรือหุ่นยนต์ไปสำรวจหลายครั้ง ทั้งเพื่อเก็บข้อมูลและเก็บกู้สิ่งของภายในเรือ

แต่การสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. โดยบริษัท RMS Titanic Inc. ได้เผยให้เห็นว่า ไททานิกกำลังเสื่อมสลายอย่างช้า ๆ โดยราวกั้นบริเวณหัวเรือด้านซ้ายได้ผุกร่อนและตกลงมายังพื้นทะเลแล้ว

คอนเทนต์แนะนำ
พบ "วาฬสายลับ"ของรัสเซีย ตายนอกชายฝั่งนอร์เวย์

การผุกร่อนเสื่อมสลายของซากเรือไททานิก X/@RMSTitanic_Inc
ภาพหัวเรือไททานิกที่ถ่ายเมื่อปี 2010

ซากเรือไททานิกกำลังเสื่อมสลาย X/@RMSTitanic_Inc
ภาพหัวเรือไททานิกที่ถ่ายเมื่อปี 2024

หากใครนึกภาพไม่ออก ราวกั้นดังกล่าวคือจุดใกล้ ๆ กับที่ “แจ็ก” และ “โรส” ยืนโอบกอดกันอันเป็นฉากสุดไอคอนิกในภาพยนตร์ Titanic (1997) นั่นเอง

โทมัสซินา เรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดเก็บของ RMS Titanic Inc. กล่าวว่า “หัวเรือของไททานิกเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญมาก และมักเป็นสิ่งที่คุณคิดถึงเมื่อนึกถึงซากเรือ แต่ตอนนี้มันก็ไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว”

พยากรณ์ฝนล่วงหน้า 1-10 ก.ย. ร่องมรสุมพาดผ่าน ฝนตกหนักถึงหนักมาก

เรย์เสริมว่า “มันเป็นการเตือนความจำอีกครั้งถึงความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นทุกวัน ผู้คนถามตลอดเวลาว่า ‘ไททานิกจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน’ เราไม่รู้จริง ๆ แต่เรากำลังเฝ้าดูมันแบบเรียลไทม์”

ทีมสำรวจเชื่อว่า ราวกั้นซึ่งมีความยาวประมาณ 4.5 เมตร หลุดออกไปเมื่อช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเทียบภาพที่ถ่ยาในปี 2010 หับภาพล่าสุดจะเห็นว่าราวกั้นได้หายไปแล้ว

ภาพและการสแกนดิจิทัลจากการสำรวจในปี 2022 ที่ดำเนินการโดยบริษัทแมกเจลแลนที่ทำแผนที่ใต้ทะเลลึกและผู้ผลิตสารคดี Atlantic Productions แสดงให้เห็นว่า ราวกั้นยังคงยึดติดอยู่ แม้ว่าจะเริ่มบิดงอแล้วก็ตาม

ไม่ใช่แค่บางชิ้นส่วนของเรือเท่านั้นที่เริ่มผุกร่อนและสูญหายไปในทะเล เพราะโครงสร้างโลหะหลายส่วนกำลังถูกจุลินทรีย์กัดกร่อนจนเกิดเป็นหินย้อยที่เป็นสนิมที่เรียกว่าสนิมย้อย (Rusticle)

การสำรวจครั้งก่อน ๆ โดยบริษัทอื่นพบว่า บางส่วนของไททานิกกำลังพังทลายจริง เช่น การดำน้ำที่นำโดยนักสำรวจ วิกเตอร์ เวสโกโว เมื่อปี 2019 แสดงให้เห็นว่า ด้านขวาของห้องพักของเจ้าหน้าที่กำลังพังถล่ม ทำลายห้องรับรอง และอื่น ๆ เช่น ห้องน้ำของกัปตัน จนไม่สามารถมองเห็นได้

RMS Titanic Inc. ใช้ยานยนต์ควบคุมระยะไกล (ROV) จำนวน 2 ลำ บันทึกภาพได้กว่า 2 ล้านภาพและฟุตเทจความละเอียดสูง 24 ชั่วโมงของซากเรือไททานิกทั้งสองส่วน เพราะลำเรือแตกออกจากกันขณะที่เรือจมลง โดยส่วนหัวเรือและส่วนท้ายเรืออยู่ห่างกันประมาณ 800 เมตร และมีเศษซากอยู่รอบ ๆ

ขณะนี้ บริษัทกำลังตรวจสอบฟุตเทจอย่างระมัดระวังเพื่อจัดทำรายการสิ่งที่พบ และสุดท้ายจะสร้างการสแกนแบบดิจิทัล 3 มิติที่มีรายละเอียดสูงของซากเรือทั้งหมด รวมถึงจะมีการเปิดเผยภาพเพิ่มเติมจากการดำน้ำในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ทีมสำรวจยังได้ประกาศการค้นพบรูปปั้นสัมฤทธิ์ที่เรียกว่า “ไดอานาแห่งแวร์ซาย” ซึ่งในปี 1986 โรเบิร์ต บัลลาร์ด ผู้พบซากเรือไททานิก ได้พบและถ่ายรูปรูปปั้นนี้ไว้ แต่ไม่มีใครทราบตำแหน่งที่แน่นอน

ปัจจุบันมีการค้นพบรูปปั้นสูง 60 ซม. นี้นอนหงายหน้าอยู่ในตะกอนในบริเวณซากเรือ โดยรูปปั้นนี้เคยจัดแสดงไว้ให้ผู้โดยสารชั้นหนึ่งของเรือไททานิกได้ชม

เจมส์ เพนกา นักวิจัยไททานิก กล่าวว่า “มันเหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร และการได้ค้นพบรูปปั้นนี้อีกครั้งในปีนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ... ห้องรับรองชั้นหนึ่งเป็นห้องที่สวยงามที่สุดและมีรายละเอียดที่น่าทึ่งที่สุดบนเรือ และจุดเด่นของห้องนั้นคือรูปปั้นไดอานาแห่งแวร์ซาย”

เขาเสริมว่า “แต่โชคร้ายที่เมื่อไททานิกแตกออกเป็นสองส่วนในขณะที่เรือกำลังจม ห้องรับรองก็ถูกฉีกขาด และท่ามกลางความโกลาหลและการทำลายล้าง ไดอานาได้ตกลงไปในบริเวณที่มืดมิดของซากเรือ”

บริษัท RMS Titanic Inc. มีสิทธิ์ในการกู้ซากเรือไททานิค และเป็นบริษัทเดียวที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายในการนำสิ่งของออกจากบริเวณซากเรือ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้นำสิ่งของกลับมาจากบริเวณซากเรือได้หลายพันชิ้น ซึ่งบางส่วนได้นำไปจัดแสดงทั่วโลก

บริษัทวางแผนที่จะกลับมาที่ซากไททานิกอีกครั้งในปีหน้าเพื่อนำสิ่งของกลับขึ้นไปบนบก และรูปปั้นไดอานาเป็นหนึ่งในสิ่งที่บริษัทต้องการเก็บกู้ขึ้นมา

 

เรียบเรียงจาก BBC

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ