เหตุระเบิดเพจเจอร์-วิทยุสื่อสารกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และการโจมตีทางอากาศในเลบานอนเป็นเวลาต่อเนื่องตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนมีชาวเลบานอนเสียชีวิตมากกว่า 550 รายและต้องพลัดถิ่นอีก 90,000 ราย ทำให้ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เข้าใกล้สงครามเต็มรูปแบบมากขึ้น
บางคนเชื่อว่า สงครามเต็มรูปแบบได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างไม่เป็นทางการ และความขัดแย้งนี้อาจทวีความรุนแรงขึ้นอีก เนื่องจากกองทัพอิสราเอลส่งสัญญาณเตรียมเปิดฉากปฏิบัติภาคพื้นดินในเลบานอน
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. เจ้าหน้าที่อิสราเอลประกาศว่า ได้เรียกกองกำลังสำรอง 2 กองพันไปเสริมทัพกองบัญชาการภาคเหนือ ซึ่งเป็นกองกำลังของอิสราเอลที่ต่อสู้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
แม้ข่าวดังกล่าวจะบ่งชี้ว่าอิสราเอลอาจกำลังวางแผนที่จะยกระดับความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น แต่บรรดานักวิเคราะห์กลับไม่เชื่อว่าการรุกรานภาคพื้นดินจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
โอรี โกลด์เบิร์ก นักวิเคราะห์การเมืองอิสราเอล กล่าวว่า การที่อิสราเอลส่งทหารไป 2 กองพันนั้น “ไม่ใช่จำนวนที่มาก และไม่เหมาะกับการรุกรานเลบานอน”
เขากล่าวเสริมว่า ในฉนวนกาซา อิสราเอลส่งทหารไปมากกว่านี้ ทั้งที่เป็นการโจมตีพื้นที่ซึ่งเล็กกว่าเลบานอนมาก และกลุ่มฮามาสมีกำลังทหารน้อยกว่าฮิซบอลเลาะห์
เหตุผลอะไรที่ทำให้เราสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน และจะแก้ไขอย่างไร ?
“ตอนนี้ การประเมินของผมคือ มันเป็นเพียงการแสดงเท่านั้น” โกลด์เบิร์กกล่าว พร้อมเสริมว่า อิสราเอลดูเหมือนจะไม่มีเป้าหมายหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจน ทำให้การประเมินการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของพวกเขาทำได้ยากขึ้น “เรายังอยู่ในจุดวิกฤต แต่ผมไม่คิดว่าจะมีการตัดสินใจใด ๆ เพื่อเริ่มการรุกราน”
สงครามในฉนวนกาซาซึ่งดำเนินมาเกือบ 1 ปีแล้ว ได้สร้างความตึงเครียดให้กับเศรษฐกิจ กองทัพ และสังคมของอิสราเอลเป็นอย่างมาก ทหารสำรองของอิสราเอลหลายหมื่นนายถูกเรียกตัวไปหลายครั้ง ทำให้พวกเขาต้องพลัดพรากจากงานและครอบครัว
สังคมอิสราเอลยังมีความคิดเห็นแตกแยกกันเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ โดยหลายคนเรียกร้องให้เน้นไปที่การปล่อยตัวประกันที่ถูกคุมขังในฉนวนกาซา มากกว่าการเอาชนะกลุ่มฮามาส
นอกจากนี้ ชาวอิสราเอลราว 10,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนในภาคเหนือของประเทศตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อันเป็นผลจากการยิงจรวดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เคยให้คำมั่นว่า ภัยคุกคามจากเลบานอนจะถูกกำจัดด้วยกำลัง และผู้ที่ถูกบังคับให้ออกจากภาคเหนือจะได้กลับบ้าน
โกลด์เบิร์กบอกว่า “เป็นเวลา 1 ปีแล้วที่รัฐบาลอิสราเอลบอกประชาชนว่า สิ่งเดียวที่จะทำให้ชาวอิสราเอลมีความมั่นคงคือสงคราม ดังนั้น สงครามจึงเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่เนทันยาฮูก็กลัวที่จะก่อสงคราม เพราะเขาเกรงว่าหากเขาเปิดฉากปฏิบัติการภาคพื้นดิน ประชาชนชาวอิสราเอลซึ่งไม่ไว้วางใจเขาอยู่แล้วจะคิดว่านี่เป็นสงครามของเนทันยาฮู”
แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบในช่วงนี้ ทำให้สงครามเต็มรูปแบบดูเหมือนจะใกล้เข้ามามากกว่าที่เคย
อิมัด ซาลามีย์ ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเลบานอน-อเมริกัน กล่าวว่า “ความเป็นไปได้ที่อิสราเอลจะรุกรานเลบานอนกำลังได้รับแรงผลักดันจากสถาบันทางการเมืองและการทหารของอิสราเอล”
เขาเสริมว่า “หากรัฐบาลอิสราเอลเลือกใช้กลยุทธ์นี้ การรุกรานอาจเริ่มขึ้นภายใน 72 ชั่วโมง เนื่องจากอิสราเอลอาจเชื่อว่าโครงสร้างการควบคุมและสั่งการของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อ่อนแอลงเพียงพอแล้ว ทำให้กลุ่มมีความเปราะบางต่อการโจมตีอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีโอกาสรวบรวมกำลังใหม่”
ซาลามีย์เสริมว่า การรุกรานจะนำไปสู่สงครามที่ยืดเยื้ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อพลเรือนของเลบานอน
“แม้ว่าฮิซบอลเลาะห์จะอ่อนแอลง แต่ก็มีแนวโน้มที่จะตอบโต้ด้วยยุทธวิธีกองโจรและการโจมตีตอบโต้ที่มุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหารของอิสราเอล ซึ่งอาจทำให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างขึ้นและทำให้การยึดครองเลบานอนตอนใต้มีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับอิสราเอล” ซาลามีย์กล่าว
เขาบอกว่า “ความยืดหยุ่นและรากฐานที่ฝังลึกของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในภูมิภาคนี้บ่งชี้ว่า การรุกรานใด ๆ จะไม่นำไปสู่ชัยชนะที่รวดเร็วหรือง่ายดาย แต่กลับส่งผลให้เกิดสงครามยืดเยื้อซึ่งส่งผลกระทบในระยะยาวต่อทั้งสองฝ่าย”
ในสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนในปี 2006 ได้คร่าชีวิตชาวเลบานอนไปมากกว่า 1,200 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ส่วนฝั่งอิสราเอลสูญเสีย 158 คน ส่วนใหญ่เป็นทหาร
นักรบฮิซบอลเลาะห์แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้ยุทธวิธีซึ่งทำให้อิสราเอลประหลาดใจ และนักวิเคราะห์สังเกตว่า พวกเขายิ่งแข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีคลังอาวุธและเครือข่ายอุโมงค์ที่ขยายใหญ่ขึ้น พวกเขายังสามารถส่งเสบียงข้ามชายแดนไปยังซีเรียได้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ฮามาสในฉนวนกาซาไม่มี
ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ระยะยาวของอิสราเอลในช่วงที่ผ่านมายังไม่ชัดเจน โดยนักวิเคราะห์บางคนตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นความพยายามที่จะเบี่ยงเบนความสนใจจากวิกฤตการเมืองภายในของตนเอง และกอบกู้ชื่อเสียงของกองทัพในประเทศ หลังจากสงครามในฉนวนกาซาที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ แม้ว่ากองทัพจะสังหารชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 40,000 คนก็ตาม
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินจะไม่มีประโยชน์ทางการเมืองมากนักสำหรับอิสราเอล และจะนำมาซึ่งต้นทุนมหาศาลสำหรับพลเรือน
พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่า ในเลบานอน ฮิซบอลเลาะห์ยังคงมีข้อได้เปรียบทางยุทธวิธี
คาริม เอมิล บิทาร์ ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเซนต์โจเซฟ กล่าวว่า “หากอิสราเอลปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน กลุ่มฮิซบุลเลาะห์อาจรู้สึกว่าตนเองได้กลับไปสู่เขตปลอดภัยอีกครั้ง เนื่องจากพวกเขาคุ้นเคยกับการต่อสู้กับการรุกรานของอิสราเอล พวกเขารู้จักหมู่บ้านทุกแห่งในเลบานอนตอนใต้ พวกเขายังมีนักสู้จำนวนมากที่พร้อมจะตอบโต้การรุกรานของอิสราเอล”
บิตาร์บอกว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้น ทำให้อิสราเอลได้เปรียบในสงครามจิตวิทยา แต่สิ่งนี้อาจเปลี่ยนไปได้หากอิสราเอลบุกโจมตีภาคพื้นดิน เพราะอิสราเอลอาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเช่นกัน
“จนถึงตอนนี้ พวกเขาบรรลุวัตถุประสงค์หลายประการได้สำเร็จ ซึ่งแน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับพลเรือนชาวเลบานอน” เขากล่าว
บิตาร์กล่าวว่า ”หากพวกเขาตัดสินใจบุกโจมตีภาคพื้นดิน ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และพวกเขาอาจประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เพราะแม้ว่าฮิซบอลเลาะห์จะอ่อนแอลง แต่ฮิซบอลเลาะห์ยังคงมีศักยภาพที่จะสร้างอันตรายให้กับอิสราเอล”
ไม่ว่าเจ้าหน้าที่อิสราเอลจะเตรียมการรุกรานจริง ๆ หรือเพียงแค่เพิ่มระดับการคุกคาม ดูเหมือนว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการบีบให้ฮิซบอลเลาะห์ยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องของอิสราเอลหรือตอบโต้ด้วยวิธีที่ทำให้อิสราเอลมีข้ออ้างในการโจมตีต่อไป แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีสถานการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น
ยูเซฟ มูนาเยอร์ หัวหน้าโครงการปาเลสไตน์/อิสราเอลและนักวิจัยอาวุโสที่ศูนย์อาหรับ วอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า “พวกเขาพยายามทำอะไรสักอย่างอย่างรวดเร็ว โดยหวังว่าจะสามารถกดดันฮิซบอลเลาะห์ได้มากพอที่จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเจรจายุติเรื่องนี้โดยเร็ว”
มูนาเยอร์บอกว่า อิสราเอลกำลังใช้กลวิธีเดียวกับที่ใช้ในฉนวนกาซา โดยโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนและบ้านเรือนของประชาชน “ด้วยความหวังว่า หากพวกเขาสามารถทำได้มากขนาดนั้นอย่างรวดเร็ว พวกเขาจะหลุดพ้นจากสถานการณ์สู้รบได้โดยไม่ต้องรุกรานภาคพื้นดิน ไม่ต้องสู้รบนาน และประหยัดค่าใช้จ่ายของสงครามลักษณะนี้ได้มาก”
เขาเสริมว่า “ชาวอิสราเอลหวังว่า การลอบสังหาร การระเบิดด้วยเพจเจอร์ และอื่น ๆ จะทำให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงพลวัตได้โดยการทำบางอย่างที่สำคัญและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนทำให้ฮิซบอลเลาะห์ต้องทบทวนแนวคิดในการพยายามทำให้สงครามครั้งนี้ยืดเยื้อ ... แต่จนถึงขณะนี้ ดูเหมือนว่าสิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น”
ฮิซบอลเลาะห์ตอบโต้อิสราเอลด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพอากาศของอิสราเอลและโจมตีฐานทัพเรือด้วยโดรน รวมถึงสำนักงานข่าวกรองใกล้กรุงเทลอาวีฟ
แต่จนถึงขณะนี้ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ดูเหมือนจะมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหารเพียงอย่างเดียว โดยมีระดับความยับยั้งชั่งใจที่ทำให้อิสราเอลต้องประหลาดใจ
โกลด์เบิร์กบอกว่า “สิ่งที่ทั้งเนทันยาฮูและกองทัพอิสราเอลต้องการ คือ ให้ฮิซบอลเลาะห์ทำบางอย่างที่บีบให้อิสราเอลต้องลงมือ แต่ฮิซบอลเลาะห์ไม่ได้ทำแบบนั้น อิหร่านก็ไม่ได้ทำแบบนั้นเช่นกัน ... อิสราเอลใช้กำลังเต็มที่เพื่อพยายามยุยงให้ฮิซบอลเลาะห์ทำบางอย่าง แต่ฮิซบอลเลาะห์ยังไม่ยอมลงมือ”
เรียบเรียงจาก Al Jazeera