สำนักข่าวอัลจาซีร่ารายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่อิสราเอลเปิดฉากรุกรานเลบานอน ส่งผลทำให้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2,023 คน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 261 คน เด็กอีก 127 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 9,526 คน
ขณะที่สหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ชี้ว่า ตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ พร้อมร้องขอให้ทุกฝ่ายทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องพลเรือน โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ตลอดจนรับประกันว่าพลเรือนจะไม่ตกอยู่ในอันตราย
ท่ามกลางการโจมตีของอิสราเอลที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเลบานอน มีรายงานว่า มีผู้คนมากกว่า 1.2 ล้านคนกลายเป็นคนพลัดถิ่น และทำให้สถานที่พักพิงชั่วคราวทั้ง 900 แห่ง มีพื้นที่ไม่เพียงพอแล้ว
สิ่งที่น่ากลัวมากกว่านั้นคือ ไม่มีที่ไหนที่ประชาชนสามารถอยู่ได้ และกลัวว่าสถานที่พักพิงชั่วคราวจะกลายเป็นสถานที่พักพิงถาวร เพราะสถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่สหรัฐฯ เตรียมส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมูลค่าเกือบ 157 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อตอบสนองวิกฤตดังกล่าว
ส่วนความเคลื่อนไหวของกองทัพอิสราเอล อ้างว่า ได้โจมตีโกดังเก็บอาวุธ และโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ รวมถึงสำนักงานใหญ่ข่าวกรองในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน และตรวจพบกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน ยิงจรวดกว่า 100 ลูกเข้าไปยังดินแดนของอิสราเอลด้วย
ส่วนความเคลื่อนไหวทางฝั่งของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ออกมาปรากฎต่อสาธารณชน และแสดงความเห็นว่า การที่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีไปยังอิสราเอลเมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานั้นถูกต้อง มีเหตุผล และถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมชี้ว่า นี่ถือเป็นการลงโทษที่เบาที่สุดต่ออาชญากรรมอันสยดสยองนี้ของอิสราเอล
ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ได้ระบุว่า ทางอิสราเอลยังไม่ได้ตัดสินใจทันทีว่าจะตอบสนองต่อการโจมตีของอิหร่านอย่างไร แต่ได้เตือนอิสราเอลว่าไม่ควรโจมตีโรงงานผลิตน้ำมันของอิหร่านเพื่อตอบโต้กลับ