โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประณามอิสราเอลว่าไม่มีความแยแสอย่างเห็นได้ชัดต่อการสังหารพลเรือนในฉนวนกาซา หลังจากรายงานฉบับใหม่ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) แสดงให้เห็นว่า เกือบ 705 ของผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันนั้นเป็นผู้หญิงและเด็ก
รายงานฉบับใหม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของรายงานผู้เสียชีวิต 8,119 คนจากทั้งหมด 34,500 คน ในช่วง 6 เดือนแรกของสงครามในฉนวนกาซา โดยพบมีสัดส่วนที่สูงในผู้หญิงและเด็ก
โดยรวมแล้ว ราว 44% ของเหยื่อเป็นเด็ก ซึ่งกลุ่มอายุของเด็กที่พบเสียชีวิตมากสุดมีอายุระหว่าง 5 – 9 ขวบ รองลงมาคือ 10 – 14 ปี และกลุ่มที่อายุไม่เกือบ 4 ขวบ เหยื่อที่อายุน้อยสุด เป็นเด็กชายอายุ 1 วัน
ส่วนผู้เสียชีวิตที่อายุมากที่สุด เป็นหญิง อายุ 97 ปี
นอกจากนี้รายงานยังระบุด้วยว่า ราว 88% มีผู้เสียชีวิตเป็นกลุ่ม ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ในการโจมตีครั้งเดียวกัน ซึ่งบ่งชี้ไปที่การใช้อาวุธของกองทัพอิสราเอลที่มีพิสัยการโจมตีเป็นบริเวณกว้างในเขตที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น
รายงานเสริมว่าการเสียชีวิตบางส่วนอาจเป็นผลมาจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ผิดพลาดจากกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่กองทัพอิสราเอลยังคงระดมโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซา ส่งผลทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 39 คนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซา รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์อยู่ที่ 43,508 คน คนและมีผู้บาดเจ็บ 102,684 คน นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซา เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปีที่แล้ว
ขณะที่กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า วางแผนจะเปิดทางข้ามคิสซูฟิมเข้าสู่ตอนกลางของฉนวนกาซาอีกครั้งเพื่อเพิ่มการส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ตอนใต้สุดของดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกปิดล้อม หลังเผชิญแรงกดดันระหว่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น