กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีปฏิบัติการทลายรังใหญ่กลุ่มฮามาสในพื้นที่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารสูงหลายแห่ง ที่หันหน้าไปในทิศทางของเมือง สเดร็อต (Sderot) ทางตองตอนใต้ของอิสราเอล
IDF อ้างว่า กลุ่มฮามาสใช้สถานที่เหล่านี้เป็นศูนย์กลางก่อการร้าย มีทั้งฐานยิงจรวดต่อต้านรถถัง กับระเบิด อุโมงค์ใต้ดิน และเครื่องยิงจรวดซึ่งเล็งเป้าหมายภายในดินแดนอิสราเอล
ขณะเดียวกัน ตลอดทั้งคืนวันที่ 2 ม.ค. จนถึงช่วงเช้าวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายในตอนกลางของฉนวนกาซ่าทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน โดยจำนวนผู้เสียชีวิตรวมในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่อย่างน้อย 56 คน
ในเวลาเดียวกัน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลเดินทางไปกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์เพื่อเจรจาหยุดยิงและเแลกเปลี่ยนตัวประกันกับฮามาส โดยสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลเบนจามิน เนทันยาฮูกล่าวว่า กองทัพและหน่วยข่าวกรองได้ส่งทีมงานเพื่อเข้าร่วมกระบวนการพูดคุยดังกล่าว
ด้านกลุ่มฮามาสยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิสราเอลให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการเจรจาในรอบนี้จะมีโอกาสประสบความสำเร็จหรือไม่
อีกความเคลื่อนไหวสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้คือการให้ความเห็นชอบแผนขายอาวุธชุดใหม่มูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 275,000 ล้านบาทจากสหรัฐฯ ให้แก่อิสราเอล
เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า อาวุธที่จะขายให้อิสราเอลตามแผนการล่าสุดนี้ มีทั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ, ขีปนาวุธเฮลไฟร์ (Hellfire), ลูกปืนใหญ่ และระเบิดต่าง ๆ
สำหรับการอนุมัติแผนขายอาวุธให้แก่อิสราเอลรอบนี้ อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.นี้
ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ต้องการให้ความขัดแย้งในต่างประเทศยุติลง และอยากลดการมีส่วนรวมของสหรัฐฯ