โดโรธี คามิลล์ เชีย รองเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ออกมาเตือนว่า เกาหลีเหนือกำลังได้รับประโยชน์จากกองกำลังที่ไปช่วยรัสเซียในสงครามยูเครน โดยได้รับประสบการณ์ที่จะทำให้ “เกาหลีเหนือมีศักยภาพในการทำสงครามกับเพื่อนบ้านมากขึ้น”
เชียกล่าวว่า “เกาหลีเหนือได้รับประโยชน์อย่างมาก จากการได้รับอุปกรณ์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ทางทหารจากรัสเซีย ทำให้มีศักยภาพในการทำสงครามกับเพื่อนบ้านมากขึ้น”
เธอเสริมว่า “ในทางกลับกัน เกาหลีเหนือน่าจะกระตือรือร้นที่จะใช้ประโยชน์จากการยกระดับเหล่านี้เพื่อส่งเสริมการขายอาวุธและสัญญาการฝึกทหารทั่วโลก”
ด้าน คิม ซอง เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ ตอบโต้ว่า “เมื่อจำนวนพลเรือนเสียชีวิตในฉนวนกาซาเกิน 45,000 คน สหรัฐก็ยกย่องความโหดร้ายของการสังหารหมู่ที่ชั่วร้ายของอิสราเอลว่าเป็นสิทธิในการป้องกันตนเอง … แต่ในขณะเดียวกัน กลับมีปัญหากับการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองที่ถูกต้องตามกฎหมายของเกาหลีเหนือ”
ขณะที่ วาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ ย้ำข้อกล่าวหาที่มีมายาวนานว่า สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นฝ่ายยั่วยุเกาหลีเหนือด้วยการซ้อมรบ นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ที่ว่ารัสเซียตั้งใจจะแบ่งปันเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศกับเกาหลีเหนือ โดยระบุว่า “ไม่มีมูลความจริง”
เนเบบเซียบอกว่า “คำกล่าวเช่นนี้เป็นตัวอย่างล่าสุดของการคาดเดาที่ไม่มีมูลความจริง ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การโจมตีความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและประเทศที่เป็นมิตรอย่างเกาหลีเหนือ”
ทางฝั่ง ฮวาง จุนกุก ฮวาง เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำสหประชาชาติ กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า “ทหารเกาหลีเหนือเป็นทาสของ คิม จองอึน พวกเขาถูกชักจูงให้เสียสละชีวิตในสนามรบอันห่างไกลเพื่อหาเงินช่วยเหลือระบอบการปกครองของเขาและจัดหาเทคโนโลยีทางการทหารขั้นสูงจากรัสเซีย”
เรียบเรียงจาก The Guardian