เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากรวมตัวกันที่ถนนเลียบชายฝั่งอัล-ราชีด ในเขตวาดี กาซา (Wadi Gaza) เพื่อรอที่จะเดินทางกลับไปยังตอนเหนือของฉนวนกาซา ตามเงื่อนไขในข้อตกลงหยุดยิง
ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 25 ม.ค. กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวทหารหญิงอิสราเอล 4 คน เพื่อแลกกับอิสรภาพของนักโทษชาวปาเลสไตน์ 200 คน แต่ความล่าช้าในการปล่อยตัวประกันอีกคน ทำให้อิสราเอลไม่อนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ที่พลัดถิ่นฐานและปัจจุบันอพยพมาอยู่ทางตอนใต้ ได้เดินทางกลับบ้านที่อยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของกาซา
เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ระบุว่า ชาวปาเลสไตน์ราว 650,000 คน ที่รอเดินทางกลับไปยังตอนเหนือ
กลุ่มฮามาสระบุว่า จะปล่อยตัวประกันอีกคนในสัปดาห์หน้า พร้อมกล่าวหาอิสราเอลที่ไม่ยอมเปิดทางให้ว่า ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
ฮามาสระบุว่า ความล่าช้าเกิดจากปัญหาทางเทคนิค โดยทางกลุ่มได้แจ้งผู้ไกล่เกลี่ยแล้วว่า ทหารหญิงอิสราเอลคนดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ และจะได้รับการปล่อยตัววันที่ 1 ก.พ.
ด้านโฆษกกองทัพอิสราเอลเองก็กล่าวหาฮามาสว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง
ขณะที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า ชาวปาเลสไตน์ในกาซาจะไม่ได้รับอนุญาตให้ข้ามกลับไปยังทางตอนเหนือจนกว่าประเด็นนี้จะคลี่คลาย
ขณะเดียวกัน ชาวปาเลสไตน์พลัดถิ่นในฉนวนกาซาไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้อียิปต์และจอร์แดนรับผู้ลี้ภัยจากฉนวนกาซาเพิ่ม เพื่อเก็บกวาดฉนวนกาซา โดยระบุว่าอาจเป็นวิธีแก้ปัญหาชั่วคราวหรือระยะยาว
มักดี เซดัม ชาวกาซาพลัดถิ่น กล่าวว่า "เราปฏิเสธคำเรียกร้องของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเด็ดขาด หากเขาคิดว่าจะบีบให้ชาวปาเลสไตน์ออกไปได้ ขอบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ ชาวปาเลสไตน์เชื่ออย่างหนักแน่นว่าดินแดนนี้เป็นของพวกเขา ดินแดนนี้เป็นของพวกเขา ไม่ว่าอิสราเอลจะพยายามทำลาย ลบล้าง หรือแสดงให้เห็นว่าเป็นฝ่ายชนะมากเพียงใด แต่ในความเป็นจริง อิสราเอลไม่ได้ชนะ แต่ทำลายและทำให้ทุกอย่างกลายเป็นซากปรักหักพัง และแสดงให้เห็นเป็นรัฐที่ล้มเหลว"
ด้าน อัลลามุลดิน ดีบ ชาวกาซาพลัดถิ่นอีกรายหนึ่ง ระบุว่า “คำเรียกร้องของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะย้ายผู้ที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซา ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้หยิ่งยะโสคนนี้เรียกร้องให้ขับไล่และทำให้ฉนวนกาซาปราศจากประชากร ความพยายามเหล่านี้พยายามที่จะส่งเสริมการตั้งถิ่นฐานในฉนวนกาซา แต่ความพยายามทั้งหมดนี้จะจบลงด้วยความล้มเหลว ต่อความแน่วแน่ของพวกเราชาวปาเลสไตน์ และความสามารถที่จะยืนหยัดบนผืนดินของพวกเขา ความพยายามที่ไร้ผลนี้จะไม่ทำให้ความมุ่งมั่นของชาวปาเลสไตน์อ่อนแอลง หรือขับไล่พวกเราออกไปจากดินแดนปาเลสไตน์ได้”