จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นได้จับกุม ฮอตตะ ริคุ พนักงานออฟฟิศวัย 25 ปี ในข้อหาละเมิดพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ จากการก่อเหตุ “เตะกระต่าย” จนตายบนเกาะกระต่าย (อุซางิชิมะ) หรือเกาะโอคุโนะชิมะในจังหวัดฮิโรชิมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ฮอตตะถูกจับกุมซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากตำรวจพบหลักฐานเพิ่มเติมว่า นอกจากจะเตะกระต่ายจนตายแล้ว เขายังทารุณกรรมพวกมันด้วยการใช้ “กรรไกร” ใส่เข้าไปในปากกระต่าย
สถานีตำรวจเมืองทาเคฮาระ จังหวัดฮิโรชิมา ระบุว่า ชายคนดังกล่าวต้องสงสัยว่าเตะกระต่าย 2 ตัวจนตายบนเกาะเมื่อวันที่ 9 และ 21 มกราคม ซึ่งเขาถูกจับครั้งแรกในวันที่ 21 นั้นเอง เนื่องจากมีพยานเหต็นเหตุการณ์พอดี
นอกจากนี้ ในวันที่ 21 เขายังทำร้ายกระต่ายอีก 2 ตัวด้วยการ “ใส่กรรไกรเข้าไปในปาก และหมุนกรรไกรไปมา” ทำให้กระต่ายได้รับบาดเจ็บ
ตำรวจระบุตัวตนของเขาจากวิดีโอและภาพถ่ายในสมาร์ทโฟนของเขา ฮอตตะสารภาพต่อข้อกล่าวหา โดยกล่าวว่า “ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยว่าผมเป็นคนทำ”
มีรายงานว่าเขาให้การด้วยว่า “ได้ทำร้ายกระต่ายตัวอื่น ๆ” อีก และขณะนี้ตำรวจกำลังดำเนินการสืบสวนว่าสรุปแล้วเขาทำร้ายกระต่ายไปกี่ตัวกันแน่
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 เป็นต้นมาจนถึงกลางเดือนมกราคม เจ้าหน้าที่พบกระต่ายตายปริศนาอย่างต่อเนื่องรวม 77 ตัว โดยตายในลักษณะผิดธรรมชาติ ในจำนวนนี้มีประมาณ 10% ที่พบว่ากระดูกหัก ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ฮอตตะอาจอยู่เบื้องหลังการตายของกระต่ายเหล่านี้
ทั้งนี้ ณ วันที่ 28 มกราคม ทางการพบกระต่ายบนเกาะกระต่ายตายไปแล้ว 99 ตัว โดยพบ 15 ตัวในเดือนพฤศจิกายน 33 ตัวในเดือนธันวาคม และ 51 ตัวในเดือนมกราคมปีนี้
เรียบเรียงจาก Yomiuri