เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ประเทศเยอรมนีได้จัดการเลือกตั้งทั่วไป โดยผลปรากฏว่า พันธมิตรฝ่ายอนุรักษ์นิยม คือพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) และพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (CSU) ซึ่งเป็นซีกฝ่ายค้าน มีแนวโน้มจะได้รับชัยชนะ
ส่วนพรรคขวาจัดอย่างพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) ที่แม้พรรคการเมืองอื่น ๆ แสดงจุดยืนไม่ต้องการร่วมงานด้วย กวาดคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยอยู่ในอันดับที่ 2 เอาชนะแม้กระทั่งพรรครรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SPD) ของนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์
โดยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนหน้าคูหาเลือกตั้ง หรือเอ็กซิตโพล พบว่า CDU กับ CSU มีคะแนนรวมกันนำเป็นอันดับ 1 ที่ 29% ตามด้วยพรรค AfD ที่ 19.5% และอันดับที่ 3 คือ SPD ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่ได้คะแนนเสียงไปเพียง 16%
โดยพรรค AfD ทำผลงานได้ดีขึ้นตามความคาดหมาย โดยได้ส่วนแบ่งคะแนนโหวตเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากกระแสการต่อต้านผู้อพยพในยุโรปที่เริ่มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการกลับไปเป็นประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
ส่วนพรรค SPD ได้คะแนนเสียงน้อยลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเกือบ 9% นับเป็นผลงานที่แย่ที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค กล่าวยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้สนับสนุนที่หน้าสำนักงานใหญ่ของพรรค
ขณะที่ ฟรีดิช แมร์ซ หัวหน้าพรรค CDU ได้ประกาศชัยชนะหลังทราบผลเอ็กซิตโพล โดยระบุว่า ภารกิจต่อไปคือการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตัวเขาตั้งเป้าว่าจะพยายามหาข้อสรุปให้ได้ก่อนเทศกาลอีสเตอร์ในช่วงปลายเดือน เม.ย. นี้
อย่างไรก็ตาม แมร์ซยืนยันว่า จะไม่จัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรค AfD ที่ได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 2
สำหรับพันธมิตรพรรคอนุรักษ์นิยม CDU-CSU แม้จะได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 1 แต่มีแนวโน้มต้องหาพรรคพันธมิตรเพิ่มอีก 1-2 พรรค จึงจะมีที่นั่งในรัฐสภาถึง 50% และจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
โดยทีมโฆษกพรรค CDU ยอมรับว่า การจัดตั้งรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพรรคการเมืองอื่นจะไม่ทำงานร่วมกับพรรค AfD ส่วน พรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) อาจไม่ได้แม้แต่ที่นั่งเดียวในสภา ขณะที่การร่วมรัฐบาลกับพรรค SPD และพรรคกรีนส์อาจทำงานได้ยากเช่นกัน เนื่องจากมีจุดยืนแตกต่างกันในหลายเรื่อง
อย่างไรก็ตาม โรเบิร์ต ฮาเบ็ก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกรีนส์ ให้ความเห็นว่า การร่วมรัฐบาลกับพรรค CDU ยังมีโอกาสขึ้นได้
สำหรับการเลือกตั้งของเยอรมนีครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนกำหนด 7 เดือนหลังจากรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชอลซ์ล่มสลายลงเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว
โดยการหาเสียงของพรรคการเมืองส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกัจเศรษฐกิจที่อยู่ในสภาวะชะงักงันของเยอรมนี และการลดจำนวนผู้อพยพ ซึ่งพรรค CDU ประกาศจะแก้ไขปัญหานี้ด้วยมาตรการที่เข้มงวด