เมื่อวันที่ 23 ก.พ. กองทัพอิสราเอลขยายปฏิบัติการในเขตเวสต์แบงก์ โดยส่งรถถังเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ทศวรรษ ขณะที่ทางการปาเลสไตน์ประณามว่า การกระทำนี้เป็นการยกระดับการรุกราน
อิสราเอลได้ดำเนินการ “ปฏิบัติการกำแพงเหล็ก” (Operation Iron Wall) ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารที่มุ่งเน้นไปที่เขตเวสต์แบงก์ทางตอนเหนือ ตั้งแต่เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
โดยกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้ส่งหน่วยรถถังไปยังเมืองเจนิน ทางตอนเหนือของเขตเวสต์แบงก์ ขณะที่ อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล กล่าวว่า เขาได้สั่งการให้กองทัพ “เตรียมพร้อมประจำการเป็นเวลานาน” ในค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ และสั่ง “ป้องกันไม่ให้ประชาชนกลับคืนสู่ค่ายและป้องกันไม่ให้เกิดการก่อการร้ายขึ้นอีก”
แคตซ์กล่าวว่า ค่ายผู้ลี้ภัยในเวสต์แบงก์ 3 แห่ง ได้แก่ เจนิน ตุลคาร์ม และนูร์ชามส์ ได้ว่างเปล่าลงไปหลังจากประชาชนราว 40,000 คน “อพยพ” ออกไปแล้ว
ขณะที่ชาวบ้านหลายคนที่หนีออกจากค่ายผู้ลี้ภัยเจนินบอกก่อนหน้านี้ว่า กองทัพอิสราเอลได้สั่งให้พวกเขาอพยพออกไป และพวกเขาไม่ทราบว่าจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเมื่อใด
มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 รายจากการโจมตีในเจนินและ 70 รายในเขตเวสต์แบงก์ตั้งแต่ต้นปีนี้ ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์
เมื่อต้นสัปดาห์นี้ กองกำลังอิสราเอลได้ทำลายอาคารอะพาร์ตเมนต์มากกว่า 12 แห่งในค่ายผู้ลี้ภัยในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง
ด้านกองทัพอิสราเอลบอกว่า รถถังของอิสราเอลถูกส่งเข้าไปในเวสต์แบงก์ครั้งสุดท้ายในปี 2002 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการโล่ป้องกัน” (Operation Defensive Shield) ระหว่างการลุกฮือครั้งที่สองของชาวปาเลสไตน์
เรียบเรียงจาก CNN