ชาวมัณฑะเลย์ไม่กล้ากลับบ้าน หลังเกิดอาฟเตอร์ช็อกไม่หยุด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ประชาชนในเมืองมัณฑะเลย์ยังต้องพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กลางแจ้งเพื่อความปลอดภัย หลังตลอดหลายวันที่ผ่านมายังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์หลังเหตุแผ่นดินไหวขนาดความรุนแรง 7.7 ในเมียนมา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะนี้เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับระบบสาธารณสุขที่นอกจากจะได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนแล้ว ยังต้องดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากเกินกว่าจะรองรับไหว โดยองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาด

ขณะที่ประชาชนในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหว ยังต้องพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กลางแจ้งเพื่อความปลอดภัย หลังจากตลอดหลายวันที่ผ่านมายังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง

คอนเทนต์แนะนำ
10 อันดับประเทศเกิดแผ่นดินไหวมากสุดในปี 2567 อันดับ 1 เกิดถึง 1,971 ครั้ง!

ชาวมัณฑะเลย์ไม่กล้ากลับบ้าน หลังเกิดอาฟเตอร์ช็อกไม่หยุด Reuters/MYANMAR FIRE SERVICES DEPARTMENT VIA FACEBOOK
ความเสียหายในเมืองมัณฑะเลย์จากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2025

โดยสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC)  เปิดเผยว่า ประชาชนในเมืองมัณฑะเลย์ต้องใช้พื้นที่ริมถนนเป็นสถานที่พักพิง เนื่องจากยังรู้สึกได้ถึงสั่นสะเทือนจากอาฟเตอร์ช็อกเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่น่ากังวลในขณะนี้คืออากาศที่ร้อนจัดและการเข้าถึงน้ำดื่ม อาหาร และสถานที่ในร่ม ที่ขณะนี้มีจำนวนจำกัด

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. รัฐบาลทหารเมียนมาได้รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวที่จำนวน 2,056 ศพ ซึ่งที่เมืองมัณฑะเลย์เพียงแห่งเดียวพบผู้เสียชีวิตแล้วไม่น้อยกว่า 800 ศพ โดยในช่วงเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว มีรายงานการเกิดเพลิงไหม้ใหญ่หลายจุด

แรงสั่งสะเทือนยังทำให้วัดแห่งหนึ่งพังถล่มลงมาในระหว่างที่พระสงฆ์ประมาณ 200 รูปกำลังทำการสอบ โดยหน่วยงานดับเพลิงเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่าสามารถช่วยชีวิตพระสงฆ์ออกมาได้แล้ว 55 รูป ส่วนที่เหลืออีก 150 รูปยังต้องเดินหน้าค้นหาต่อไป

ด้านเครือข่ายมุสลิมเมียนมาเปิดเผยว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มัสยิดเก่าแก่เกือบ 50 แห่งพังถล่มในภูมิภาคมัณฑะเลย์และภูมิภาคสะกาย และคาดว่ามีผู้เสียชีวิตที่เป็นศาสนิกชนมุสลิมประมาณ 500-700 คน

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้เสียชีวิตที่มีเป็นจำนวนมากในเมืองมัณฑะเลย์ ทำให้สถานฌาปณกิจในพื้นที่ไม่สามารถรองรับได้ ทำให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตต้องเผาศพรวมกัน หรือต้องเผาศพกลางแจ้ง

ขณะที่ ดร.มาร์กาเร็ต แฮร์ริส โฆษกองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า แผ่นดินไหวทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งในเมียนมาได้รับความเสียหาย โดยอย่างน้อย 3 แห่งพังถล่ม ขณะที่อีก 22 แห่ง ได้รับความเสียหายบางส่วน และปฏิบัติงานได้ไม่เต็มที่

ส่วนโรงพยาบาลที่ยังทำงานได้ตอนนี้ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมากจนเกินขีดความสามารถ อีกทั้งสถานการณ์ในขณะนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาดอย่างเช่น โรคอหิวาตกโรค โดยที่ภูมิภาคสะกายเริ่มมีกลิ่นศพผู้เสียชีวิตลอยคละคลุ้งไปตามกระแสลม

ด้านความคืบหน้าการส่งช่วยเหลือจากนานาชาติ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. โฆษกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แทมมี บรูซ เปิดเผยว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจเพื่อมนุษยธรรมของสหรัฐฯ กำลังเดินทางไปเมียนมา เพื่อประเมินความจำเป็นเร่งด่วน ทั้งการจัดสถานที่พักพิงฉุกเฉิน การรักษาพยาบาล และการเข้าถึงน้ำสะอาด โดยเงินบริจาคจำนวน 2 ล้านดอลลาร์ หรือ 68 ล้านบาท จากสหรัฐฯจะถูกส่งให้กับองค์กรที่กำลังปฎิบัติหน้าที่ในเขตประสบภัย

ขณะเดียวกัน บรูซยังได้ปฏิเสธกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับความล่าช้าในการส่งความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับ รัสเซีย จีน และ อินเดียที่ทีมค้นหาได้ไปถึงเมียเมียนมาแล้ว โดย เธอย้ำว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไป และไม่มีความเกี่ยวข้องกับการตัดงบประมาณของ สำนักงานให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ หรือ ยูเอสเอด (USAID)

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ