พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา แถลงผ่านโทรทัศน์เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.7 ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค. เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 2,719 ศพ ผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็น 4,521 คน และมีผู้สูญหายอีก 441 คน ซึ่งคาดว่าส่วนใหญ่เสียชีวิตแล้ว
นอกจากนี้ ผู้นำเมียนมายังยืนยันว่า กองทัพได้ระงับการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในพื้นที่ของฝ่ายต่อต้านแล้ว แต่พบว่ายังมีกลุ่มติดอาวุธบางส่วนฉวยโอกาสในช่วงเวลาภัยพิบัติเช่นนี้ในการรวบรวมกำลัง ฝึกฝน และเตรียมการโจมตี
ส่วนสถานการณ์ในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยว่า ประชาชนกำลังประสบกับความยากลำบากในการหาสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำสะอาดและสุขภัณฑ์ต่าง ๆ
ด้านคณะกรรมการการกู้ภัยระหว่างประเทศ ระบุว่า ความช่วยเหลือด้านที่พัก, อาหาร, น้ำ และการแพทย์ เป็นสิ่งจำเป็นในสถานที่อย่างเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งประชาชนจำนวนมากเลือกที่จะใช้ชีวิตกลางแจ้งต่อไปเพราะกังวลต่อการเกิดอาฟเตอร์ช็อก ที่ทำให้ห้อาคารมีความเสี่ยงถล่มซ้ำอีก
นอกจากนี้สถานการณ์สงครามกลางเมืองในเมียนมายังทำให้ความพยายามในการเข้าถึงผู้บาดเจ็บและผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ต้องกลายเป็นคนไร้ที่ิอยู่อาศัย มีความยากลำบากเพิ่มมากขึ้นอีก
ขณะเดียวกันองค์การนิรโทษกรรมสากล ได้เรียกร้องให้มีการเปิดทางส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของรัฐบาลทหาร หลังจากก่อนหน้านี้กองทัพพยายามขัดขวางการส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ของฝ่ายต่อต้านมาอย่างยาวนาน
โดยหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวพบว่า องค์กรให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ต้องทำงานด้วยความยากลำบากท่ามกลางรายงานว่า กองทัพยังคงโจมตีทางอากาศเข้าใส่ฐานที่มั่นของฝ่ายต่อต้าน แม้ในเขตประสบภัยพิบัติ