รัฐบาลทหารเมียนมารายงาน จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 3,085 ศพ ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4,715 คน และยังมีผู้สูญหายอีก 341 คน
ด้านองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่าความเสี่ยงที่โรคอย่างอหิวาตกโรคกับโรคอื่นๆ จะระบาดในชุมชนที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวมากที่สุด อย่างเช่น ภูมิภาคมัณฑะเลย์ กับภูมิภาคสะกาย และกรุงเนปิดอว์ กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ดอกเตอร์ เอเลนา วูโอโล รองหัวหน้าคณะผู้แทน WHO ในเมียนมากล่าวว่า วิกฤตระยะยาวอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในเมียนมา อาจทำให้เกิดโรคระบาดหลายอย่าง ทั้งโรคผิวหนัง, มาลาเรีย และไข้เลือดออก แต่อหิวาตกโรค ยังคงเป็นโรคที่พวกเขากังวลเป็นพิเศษ เคยระบาดในมัณฑะเลย์มาแล้วเมื่อปีก่อน
เช่นเดียวกับองค์กรให้ความช่วยเหลือเหลือต่างๆที่ออกมาเตือนว่าอากาศร้อนจัดกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก อาจทำให้เกิดโรคระบาดในหมู่ชาวเมียนมาที่รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงเกิดโรคระบาดเพิ่มขึ้นมาจากการที่ศูนย์พยาบาลต่างๆ ในพื้นที่แผ่นดินไหว ได้รับความเสียหายไปกว่าครึ่ง โรงพยาบาลหลายแห่งในเมืองมัณฑะเลย์และกรุงเนปิดอว์ถูกทำลาย จนต้องเปิดเป็นโรงพยาบาลสนามเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย
โดยเจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาเมียนมาเตือนว่า มีโอกาสที่ฝนนอกฤดูจะตกระหว่างวันที่ 6 - 11 เมษายน ซึ่งอาจทำให้ภารกิจกู้ภัยยากลำบากขึ้น ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักจากแผ่นดินไหว เช่น เมืองมัณฑะเลย์ เมืองสะกาย และกรุงเนปิดอว์
ขณะที่เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ในเมียนมาระบุว่า ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร โดยเฉพาะในมัณฑะเลย์ ถ้าฝนเริ่มตกลงมา คนที่ยังรอดชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ ก็อาจจมน้ำได้
ขณะเดียวกัน ผู้คนต้องตั้งแคมป์กลางแจ้งท่ามกลางอากาศร้อน 38 องศาเซลเซียส เพราะไม่กล้ากลับเข้าไปในบ้าน เนื่องจากยังมีโอกาสเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา