ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน เปิดฉากภารกิจการเยือน 3 ชาติอาเซียน โดยผู้นำจีนเดินทางถึงกรุงเวียดนาม ตั้งแต่เมื่อวานนี้ เพื่อเปิดฉากภารกิจการเยือน 3 ชาติอาเซียน ซึ่งแม้ทางการจีนจะระบุว่า เป็นทริปที่วางแผนเตรียมมานานแล้ว แต่ก็เกิดขึ้นในช่วงที่จีนเผชิญภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ ในอัตราที่สูงถึง 145% ในขณะที่เวียดนามเองก็กำลังเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขอต่อรองลดภาษี ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศไว้ที่ 46% ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ ก.ค.นี้
หลังจากเดินทางมาถึง นายสี จิ้นผิง ได้รับการต้อนรับด้วยการยิงสลุต 21 นัด มีกองทหารเกียรติยศ และมีเด็กๆ มาต่อแถวโบกธง ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ก่อนจะเข้าหารือกับผู้นำระดับสูงของเวียดนาม นำโดยนายโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม
จากนั้น จึงมีพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือทั้งสิ้น 45 ฉบับ ซึ่งรวมถึง การปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานและร่วมมือด้านทางรถไฟ เพื่อกระชับความร่วมมือของ 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยรายละเอียดในข้อตกลง ยังไม่มีการเปิดเผย และยังไม่ทราบแน่ชัดว่า มีเรื่องการผูกมัดทางการเงินหรือการผูกมัดใดๆ ในข้อตกลงที่เซ็นร่วมกันหรือไม่
หลังจากนั้น นายสี จิ้นผิง ได้พบหารือกับ นายกรัฐมนตรี ฝั่ม มิญ จิ๊ญ ของเวียดนาม ซึ่งสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า ทั้งสองผู้นำเห็นพ้องว่า ควรต่อต้านมาตรการกลั่นแกล้งฝ่ายเดียว ซึ่งภายใต้แรงกดดันจากสหรัฐฯ เวียดนามได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการค้าบางรายการกับจีน เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่ติดฉลาก “Made in Vietnam” จะมีมูลค่าเพิ่มในประเทศ
ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีนชี้ว่า ในปีที่ผ่านมาสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ซึ่งมีสมาชิก 10 ชาติเป็นผู้รับสินค้าส่งออกจากจีนมากที่สุด มูลค่าการนำเข้ารวมกันอยู่ที่ประมาณ 580,000 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 20 ล้านล้านบาท โดยเวียดนามเป็นผู้ซื้อสินค้าจีนมากที่สุดในอาเซียน 162,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ตามด้วยมาเลเซีย ประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 3.5 ล้านล้านบาท
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ ทางการจีนได้เปิดเผยตัวเลขการส่งออกประจำเดือน มี.ค. ที่พบว่าขยายตัวถึง12.4% สะท้อนการเร่งนำเข้าก่อนที่ ประธานาธิบดี ทรัมป์จะขึ้นภาษีรอบใหม่ โดยจีนยังคงเกินดุลกับสหรัฐฯ 27,600 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 900,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่านับจากนีัไป การส่งออกของจีนจะลดลงไปเรื่อยๆ และอาจต้องใช้เวลาหลายปีที่ตัวเลขการส่งออกจะกลับมาฟื้นตัวเท่าระดับปัจจุบันได้
ล่าสุด มีปฏิริยาจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกแถลงการณ์ผ่านทำเนียบขาวว่า การที่ นายสี จิ้น ผิง เยือนเวียดนามและชาติอาเซียนในสัปดาห์นี้ มีจุดประสงค์เพื่อไปหาวิธีทำลายสหรัฐฯ ทั้งนี้หลังการเยือนเวียดนาม นายสี จิ้นผิง มีกำหนดจะเดินทางต่อไปยังมาเลเซีย และกัมพูชา ระหว่างวันที่ 15-18 เม.ย.นี้ โดยครั้งสุดท้ายที่นายสี จิ้นผิง เยือนกัมพูชา คือ เมื่อ 9 ปีก่อน และเยือนมาเลเซียครั้งสุดท้าย เมื่อ 12 ปีก่อน