มีเรื่องราวของคุณพ่อรายหนึ่งในประเทศจีนกำลังเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ เพราะถูกนำไปทำเป็นสารคดีโดย CCTV ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐ โดยเป็นเรื่องราวของการตามหาลูกชายที่หายไปนานกว่า 22 ปี ที่จบลงด้วยการที่ลูกชาย “บล็อก” พ่อแท้ ๆ ไม่ให้ติดต่อมาอีก
เหลย อู่เจ๋อ ปัจจุบันอายุ 55 ปี เล่าว่า เขาและภรรยาเคยอาศัยอยู่ที่เยว่หยาง มณฑลหูหนาน ทางตอนกลางของจีน แม้จะมีรายได้ไม่มากนัก แต่ชีวิตก็มีความสุขดี
จนกระทั่ง “ชวนชวน” ลูกชายวัย 3 ขวบของพวกเขา ถูกลักพาตัวไปในปี 2001
พวกเขาจึงเริ่มต้นการค้นหาลูกชายเป็นเวลามากกว่า 20 ปี โดยเดินทางไปทั่วประเทศจีน ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า 300 นาย และมีสมุดบันทึกที่จดเบาะแสไว้มากกว่า 2,000 ชิ้น และใช้เงินไปกว่า 1 ล้านหยวน (ราว 4.5 ล้านบาท) ในการค้นหา
จนในเดือน มิ.ย. 2023 ตำรวจแจ้งว่าพบตัวชวนชวนในเซินเจิ้น ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยพบว่าเขาจบการศึกษาจากวิทยาลัย ตั้งรกรากที่นั่น และทำงานด้านการตลาด
เมื่อพวกเขาพบกันครั้งแรก ชวนชวนเรียกเหลยอย่างสุภาพว่า “พ่อ” ซึ่งทำให้เหลยน้ำตาไหลทันที
หลังจากพบตัวลูกชาย เหลยวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับ แต่ถูกยกเลิกเพราะชวนชวนไม่ต้องการปรากฏตัวต่อสาธารณะ เมื่อ เหลย ภรรยา และลูกสาวอีก 1 คน เดินทางไปเซินเจิ้นเพื่อพยายามพบกับชวนชวน ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน
ในที่สุด พวกเขาได้กลับมาพบกันอีกครั้งที่สถานีตำรวจ แต่ชวนชวนปฏิเสธที่จะกลับบ้านไปกับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเขา
เหลยแชร์บนโซเชียลมีเดียว่า ครอบครัวบุญธรรมของลูกชายเขาร่ำรวยและตามใจลูกชายของเขามาก โดยหลังจากได้รับการรับเลี้ยง พ่อบุญธรรมของชวนชวนก็เสียชีวิต และเขาได้รับการเลี้ยงดูจากปู่บุญธรรม
เหลยบอกว่า เขาเข้าใจว่าลูกชายของเขาคงต้องใช้เวลาสักพักในการทำความคุ้นเคยและสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์อีกครั้งหลังจากพลัดพรากกันมานานกว่า 20 ปี
อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีความหวัง “ให้ชวนชวนเรียนรู้เกี่ยวกับวัยเด็ก บ้านเกิดของเขา และการเดินทางที่เราได้ผ่านมาเพื่อค้นหาเขา ในที่สุดเขาจะยอมรับเราและกลับมาหาเรา”
เหลยและชวนชวนจึงแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อและสื่อสารกันทางออนไลน์
ในช่วงแรก ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นดีอยู่ เหลยมักส่งข้อความไปหาลูกชาย เช่น ลูกทำงานเหนื่อยไหม, อย่าลืมใส่เสื้อผ้าหนา ๆ นะ ช่วงนี้ฝนตกในเซินเจิ้น หรือวันหยุดสุดสัปดาห์นี้กลับบ้านมั้ย ฯลฯ ซึ่งชวนชวนมักตอบแบบขอไปที
จนกระทั่งเดือน มี.ค. 2024 เหลย อู่เจ๋อ ส่งข้อความเสียงไปมากกว่าสิบข้อความเพื่อขอให้ชวนชวนออกจากครอบครัวบุญธรรมและกลับไปหูหนานเพื่ออาศัยอยู่กับครอบครัวทางสายเลือด
ชวนชวนอธิบายว่าเขาทำงานและเพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่เซินเจิ้น ดังนั้นเขาจึงออกจากเมืองไม่ได้ เหลยยังต้องการให้ชวนชวนเรียกเขาว่า “พ่อ” อ่านหนังสือที่เขาส่งมา และแบ่งปันความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับหนังสือเหล่านั้น แต่ชวนชวนปฏิเสธโดยกล่าวว่า “อย่าบังคับผมเลย”
เหลยยังแสดงความผิดหวังที่ชวนชวนไม่สนใจครอบครัวทางสายเลือดของเขา “น้องสาวของลูกป่วยและลูกไม่ถามถึงเธอเลย พ่อผ่าตัดและลูกไม่แสดงความกังวลอะไรเลย เราทำอะไรผิด”
เหลยยังถามว่า “ลูกหลงใหลในตระกูลคนรวยขนาดนั้นเลยเหรอ ลูกต้องเย็นชาต่อพวกเราขนาดนั้นเลยเหรอ ... ไม่ชอบพวกเราเพราะว่าเรายากจนเหรอ พ่อแม่บุญธรรมของลูกสำคัญกว่าพวกเราเหรอ”
ชวนชวนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของจอเงียบไปนานและกดปุ่ม “บล็อก”
เหลยเล่าว่า หลังจากถูกบล็อก เขาและลูกชายไม่ได้คุยกันอีกเลย จนกระทั่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ลูกชายยอมปลดบล็อกและกลับมาคุยกับเขาอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา เหลยได้โพสต์วิดีโอขอโทษในวันเกิดของชวนชวน โดยยอมรับว่า ความรักที่เขามีต่อลูกชายนั้น “น่าอึดอัดเกินไป”
“พ่อขอโทษนะลูกชาย พ่อจะไม่กดดันลูกอีกจนกว่าลูกจะมาหาพ่อเอง สุขสันต์วันเกิด!” เขาโพสต์
เหลยยังยืนกรานว่า เขาไม่รู้สึกขุ่นเคืองครอบครัวบุญธรรมอีกต่อไป “โชคชะตานำพาให้ครอบครัวบุญธรรมของเราทั้งสองมาพบกันในรูปแบบพิเศษ”
ปัจจุบัน เหลยกำลังหารายได้จากการไลฟ์ขายอาหาร โดยหวังว่าจะยกระดับฐานะการเงินของตัวเองเพื่อลดช่องว่างกับครอบครัวบุญธรรมของชวนชวน และเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับลูกที่ทำงานการตลาดมากขึ้น
เรื่องราวของเหลยจุดชนวนให้เกิดการพูดคุยมากมายบนโซเชียลมีเดียในจีนแผ่นดินใหญ่
ชาวเน็ตคนหนึ่งกล่าวว่า “ฉันหวังว่าทุกคนจะเข้าใจพ่อคนนี้ หลังจากอดทนมามาก เขากำลังเรียนรู้ที่จะรักลูกชายของเขา”
ชาวเน็ตอีกคนหนึ่งเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไป “จากมุมมองของลูกชาย หลังจากผ่านไป 20 ปี จู่ ๆ ‘คนแปลกหน้า’ ก็อ้างว่าเป็นพ่อแท้ ๆ ของคุณและสร้างเรื่องวุ่นวายให้สาธารณชนรับรู้ มันน่ากลัว แทบจะเหมือนกับการข่มขู่”
ชาวเน็ตอีกรายบอกว่า “ความรักที่แท้จริงหมายถึงการเคารพความปรารถนาของลูกอย่างเต็มที่”
ขณะที่ชาวเน็ตอีกคนบอกว่า “เขาพยายามว่ายน้ำอย่างสุดความสามารถเพื่อไปหาลูกชายของเขา แต่ลืมไปว่าลูกชายของเขาไปอาศัยอยู่ในทะเลอื่นแล้ว”
ในส่วนของผู้ที่ก่อเหตุลักพาตัวนั้น ตำรวจทราบชื่อคือ หวาง เฮาเหวิน ถูกตัดสินประหารชีวิตในข้อหาค้ามนุษย์เด็ก 11 คน