เมื่อ 21 พ.ค. เจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอล 2 คน ซึ่งเป็นผู้ชายและผู้หญิง ถูกยิงในระยะประชิด ระหว่างออกจากพิพิธภัณฑ์ Capital Jewish Museum ในย่านนอร์ทเวสต์ของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเวลา 3 ทุ่มตามเวลาท้องถิ่น โดยผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งระหว่างที่ถูกจับกุม ได้ตะโกนว่า “เพื่อปาเลสไตน์ เพื่อกาซา”
ล่าสุด อัยการสหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แถลงข่าวว่า เอเลียส โรดริเกซ วัย 30 ปี ผู้ต้องสงสัย ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมระดับหนึ่ง 2 กระทง และอาจถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมเมื่อมีหลักฐาน
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนคดีนี้ในฐานะที่เป็นคดีอาชญากรรมจากความเกลียดชังและการก่อการร้าย
โรดริเกซถูกนำตัวขึ้นศาลครั้งแรกเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 พ.ค. หลังจากเจ้าหน้าที่เอฟบีไอเข้าตรวจค้นอะพาร์ตเมนต์ของเขาในชิคาโกไม่กี่ชั่วโมง
โดยผู้พิพากษาศาลแขวงบอกกับโรดริเกซว่า เขาอาจได้รับโทษประหารชีวิต หากพบว่ามีความผิดจริงตามข้อหาที่ตั้งไว้
ขณะเดียวกัน โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ แถลงว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งระบุว่าเป็นการต่อต้านชาวยิวอย่างชัดเจน พร้อมให้คำมั่นว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างเต็มที่ตามขอบเขตของกฎหมาย
นอกจากนี้ โฆษกทำเนียบขาวยังระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู แล้ว
โดยผู้นำอิสราเอลได้สั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมประณามเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจจากความเกลียดชังและต่อต้านชาวยิว และเชื่อมโยงโดยตรงกับบรรยากาศที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิสราเอลมากขึ้นเรื่อย ๆ จากสงครามในฉนวนกาซา
เหตุโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลกำลังขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซา และเผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติมากขึ้น ให้ยุติการปิดกั้นการส่งความช่วยเหลือที่ดำเนินมานานเกือบ 3 เดือน