เมื่อวันที่ 30 พ.ค. เกิดเหตุเหมืองหินถล่มในจังหวัดชวาตะวันตกของอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก
โดยในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถดึงผู้บาดเจ็บออกมาได้ 12 คน และกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากปรักหักพังได้สำเร็จ 10 ศพ ต่อมาในช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างออกมาได้อีก 3 ศพ และคนงานอีก 1 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
ทำให้ ณ เช้าวันที่ 31 พ.ค. สำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตสะสมขณะนี้อยู่ที่ 14 ราย
รายงานของช่องโทรทัศน์ท้องถิ่นเผยให้เห็นว่า ช่วงเช้าวันที่ 31 พ.ค. เจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร ยังคงเดินหน้าขุดค้นบริเวณเหมืองหิน โดยมีรถขุด 5 คันคอยช่วยเหลือ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยกล่าวว่า เชื่อว่ายังมีผู้ติดอยู่ภายในเหมืองอีก 6-8 ราย
สาเหตุของการพังทลายยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และตำรวจได้สอบปากคำคน 6 คน รวมถึงเจ้าของเหมืองหินด้วย
ด้าน เดดี มุลยาดี ผู้ว่าราชการจังหวัดชวาตะวันตก กล่าวในแถลงการณ์ว่า เขาเคยไปเยี่ยมชมเหมืองหินแห่งนี้ และมองว่ามันอันตราย “เหมืองหินแห่งนี้ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับคนงาน แต่ในเวลานั้นผมไม่มีความสามารถที่จะหยุดยั้งมันได้”
มุลยาดีกล่าวว่า หลังเกิดเหตุ เขาได้สั่งปิดเหมืองหินแห่งนี้ รวมถึงเหมืองหินอีก 4 แห่งในชวาตะวันตกด้วย
เรียบเรียงจาก Associated Press