เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวในการประชุมสมัชชาใหญ่วิสามัญของขบวนการลูกเสือแห่งชาติกัมพูชา โดยมีบางช่วงบางตอนที่กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา
โดย ฮุน มาเนต พูดถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ว่า ไทยพยายามจะคุยในกรอบทวิภาคี เป็นกรอบความเข้าใจร่วมกันเพื่อให้เป็นไปตามกลไกระหว่างประเทศ แต่การสื่อสารออกมาทางโซเซียลที่นอกกรอบ ไม่เป็นมืออาชีพมาเรื่อย ๆ ทำให้เกิดความวุ่นวายมาเรื่อย ๆ”
นายกรัฐมนตรีแพทองธารยังย้ำว่า การสื่อสารแบบนี้ทำให้เกิดผลลบกับทั้ง 2 ประเทศ ข้อความที่กัมพูชาได้โพสต์ ต้องคำนึงถึงประโยชน์พี่น้องประชาชนทั้งไทยและกัมพูชา
ฮุน มาเนต ตอบโต้โดยบอกว่า การโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ไม่ใช่เรื่องไม่เป็นมืออาชีพ เพราะในปัจจุบัน ผู้นำโลกต่างก็ส่งข้อความถึงประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย
นายกฯ กัมพูชากล่าวว่า “เมื่อก่อนนี้ ผมเคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สมเด็จ ฮุน เซน ก็โพสต์เช่นกัน และบางครั้งกระทรวงการต่างประเทศก็โพสต์เช่นกัน แต่การโพสต์ข้อความนี้ไม่ใช่การพูดผ่านไมโครโฟนและอธิบายให้ชัดเจนเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ”
เขาเสริมว่า “เมื่อวานนี้ ผมเห็นนักการเมืองไทยหลายคนกล่าวหาผู้นำกัมพูชา กล่าวหาสมเด็จ ฮุน เซน ว่าเล่นการเมืองแบบไม่เป็นมืออาชีพ พวกเขาบอกว่าเป็นการเล่นการเมืองผ่านเฟซบุ๊ก”
นายกฯ ฮุน มาเนต ยังตั้งคำถามว่า “การเมืองที่ไม่เป็นมืออาชีพคืออะไร? มาดูกันให้ชัดเจน นักการเมืองและผู้นำประเทศมีหน้าที่สื่อสารกับประชาชนตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อมีสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราไม่สามารถนิ่งเฉยได้”
ฮุน มาเนต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีต ผู้นำทางการเมืองแต่ละคนตอบโต้ผ่านหนังสือพิมพ์หรือทางโทรทัศน์และวิทยุ ในยุคโซเชียลมีเดียนี้ พวกเขาใช้เฟซบุ๊ก X และ TikTok เพื่อส่งข้อความทางการเมืองถึงประชาชน แม้แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังใช้ X และแม้แต่ผู้นำไทยยังใช้ TikTok และเฟซบุ๊ก
เขากล่าวว่า ข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊กมุ่งเป้าไปที่พลเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเมืองของเรา เพราะในอดีตมีคนนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และนักการเมืองที่อยู่ในประเทศก็เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ความวุ่นวายที่ไม่มีที่สิ้นสุดจึงจำเป็นที่ผู้นำต้องออกข้อความเร่งด่วนเพื่อให้แน่ใจว่าประเทศจะสงบสุข
ในเวลาเดียวกัน เกี่ยวกับความขัดแย้งที่ชายแดน บางครั้งตนส่งข้อความถึงแรงงานในต่างประเทศที่ต้องการกลับประเทศ แต่แรงงานไม่รู้เรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม หากโพสต์บนเฟซบุ๊ก มีคนแชร์เป็นหมื่น ๆ คน และมีคนเห็นเป็นหมื่น ๆ คน พวกเขาก็จะรู้ได้อย่างรวดเร็ว วิธีนี้เป็นวิธีที่ดี จึงไม่มีอะไรจะพูดได้ว่าไม่เป็นมืออาชีพ
ฮุน มาเนต ยังบอกว่า กัมพูชามีความอดทนอย่างยิ่งต่อการกระทำของนักการเมืองไทย ผู้บัญชาการทหารไทย และกลุ่มหัวรุนแรงไทยที่ก่อปัญหามากมาย เช่น ขู่จะตัดไฟ ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ปิดพรมแดน และใช้แผนที่เพื่อกำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนของตนฝ่ายเดียว เป็นต้น
เขากล่าวว่า หลังจากกัมพูชาถอยกลับและตอบโต้กลุ่มหัวรุนแรงเหล่านั้นด้วยมาตรการต่าง ๆ พวกเขาก็กลับมากล่าวหากัมพูชาว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา
นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวว่า “เราอดทนมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ในประเทศไทย ทั้งนักการเมืองและกลุ่มต่อต้านหัวรุนแรง บางครั้งถึงกับเป็นคนในกองทัพด้วยซ้ำ ต่างก็ออกแถลงการณ์ว่าพื้นที่นี้ใช้แผนที่ฝ่ายเดียว บางคนบอกว่าจะตัดไฟ ตัดอินเทอร์เน็ต บางคนบอกว่าจะสร้างรั้วชายแดนกัมพูชา-ไทย นี่เป็นมืออาชีพหรือไม่?
เขาเสริมว่า “กัมพูชานิ่งเฉย เราอดทนมาก เราไม่ต้องการมีปัญหา บางครั้งเมื่อเราไม่พูด พวกเขาก็เหยียบย่ำเราและบอกว่าเราไม่เป็นมืออาชีพ และกล่าวหาว่าเราเป็นผู้ก่อปัญหา”
เรียบเรียงจาก Fresh News / Khmer Times