เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาวางแผนที่จะส่งอาวุธป้องกันเพิ่มเติมให้กับยูเครน หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลของเขาเพิ่งบอกว่าระงับการส่งอาวุธบางส่วน
ทรัมป์บอกว่า “เราจะส่งอาวุธเพิ่มเติม เราจำเป็นต้องส่งอาวุธเหล่านี้ พวกเขาต้องสามารถป้องกันตัวเองได้ ... พวกเขาได้รับผลกระทบอย่างหนัก เราจะต้องส่งอาวุธเพิ่มเติม ... โดยหลักแล้วจะเป็นอาวุธป้องกัน แต่พวกเขาได้รับผลกระทบหนักมาก”
คำกล่าวล่าสุดของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐบาลทรัมป์จะระงับการส่งอาวุธบางส่วนไปยังยูเครน รวมถึงขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ หลังจากมีการทบทวนการใช้จ่ายทางทหารและการสนับสนุนของอเมริกาต่อต่างประเทศ
แอนนา เคลลี รองโฆษกทำเนียบขาว กล่าวในเวลานั้นว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อ “ให้ผลประโยชน์ของอเมริกามาก่อน”
รัสเซียยินดีกับการหยุดส่งอาวุธบางส่วนไปยังยูเครน โดยอ้างแบบไม่มีหลักฐานว่า การหยุดส่งอาวุธเกิดขึ้นเพราะสหรัฐฯ มีอาวุธไม่เพียงพอ
หลังประกาศล่าสุดของทรัมป์ ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมารับลูกทันที โดยบอกว่า “ตามคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ กระทรวงกลาโหมจะส่งอาวุธป้องกันเพิ่มเติมไปยังยูเครน เพื่อให้แน่ใจว่ายูเครนสามารถป้องกันตัวเองได้ ในขณะที่เราทำงานเพื่อรักษาสันติภาพที่ยั่งยืน”
สหรัฐฯ เป็นส่งมอบความช่วยเหลือทางทหารรายใหญ่ที่สุดให้กับยูเครนตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานเต็มรูปแบบในปี 2022 โดยจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ โดรน เครื่องยิงจรวด เรดาร์ รถถัง และอาวุธต่อต้านยานเกราะให้กับยูเครน ทำให้เกิดความกังวลว่าคลังแสงของสหรัฐฯ จะร่อยหรอลง
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระงับการส่งความช่วยเหลือทางทหารทั้งหมดไปยังยูเครนในเดือน มี.ค. หลังจากโต้เถียงอย่างดุเดือดกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แต่ก็กลับมาส่งความช่วยเหลือไปยังยูเครนอีกครั้งประมาณ 1 สัปดาห์ต่อมา
การตัดสินใจส่งอาวุธเพิ่มเติมเกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ได้พูดคุยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน และเซเลนสกี เขากล่าวว่า การพูดคุยกับปูตินนั้นน่าผิดหวังและไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เกี่ยวกับการหยุดยิง
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ทรัมป์ได้ยืนยันความไม่พอใจที่มีต่อผู้นำรัสเซียอีกครั้ง โดยกล่าวว่า “ผมไม่พอใจประธานาธิบดีปูตินเลย”
เรียบเรียงจาก CNN