เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักการเมืองยูเครนรายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตในเมืองลวิฟ ทางตะวันตกของประเทศ โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเป็น “แผนการที่วางไว้อย่างรอบคอบ” ขณะที่ฆาตกรยังคงลอยนวลอยู่
ตำรวจกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตคือ “อันเดรย์ ปารูบีย์” สภาผู้แทนราษฎรยูเครน และอดีตประธานรัฐสภายูเครน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสั้นหลายนัด โดยเสียชีวิตก่อนที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะมาถึงที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่เสริมว่า เสริมว่าผู้ก่อเหตุซึ่งหลบหนีไปและยังไม่สามารถระบุตัวตนได้นั้น “เตรียมการมาเป็นอย่างดี”
ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า เหตุฆาตกรรมครั้งนี้ มีการวางแผนมาอย่างรอบคอบ และบอกว่าการเสียชีวิตของปารูนีย์เป็น “การฆาตกรรมอันน่าสยดสยอง”
เจ้าหน้าที่ยุโรป รวมถึง โรเบอร์ตา เมตโซลา ประธานรัฐสภายุโรป ได้ส่งความเสียใจไปยังครอบครัวของปารูบีย์และประชาชนชาวยูเครน
เมตโซลากล่าวว่า เธอรู้สึกตกใจกับเหตุฆาตกรรมอันน่าสยดสยอง ขณะที่เจ้าหน้าที่จากเอสโตเนียและโปแลนด์ก็แสดงความอาลัยต่อผู้เสียชีวิตเช่นกัน
ปารูบีย์วัย 54 ปี มีบทบาททางการเมืองในยูเครนมาตั้งแต่ปี 1990 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สหภาพโซเวียตกำลังล่มสลาย
เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสังคมชาติยูเครนในปี 1991 แม้ว่าต่อมาเขาจะออกจากพรรคดังกล่าว และดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาตั้งแต่ปี 2007 จนกระทั่งเสียชีวิต
ปารูบีย์เข้าร่วมในการปฏิวัติสีส้มในปี 2004 ซึ่งชาวยูเครนหลายแสนคนเข้าร่วมการประท้วงอย่างสันติหลังจากการเลือกตั้งซึ่งเป็นที่ถกเถียงถึงความชอบธรรม
เขายังเป็นบุคคลสำคัญในการปฏิวัติไมดาน ซึ่งเป็นขบวนการที่เริ่มต้นขึ้นในเดือน พ.ย. 2013 หลังจากที่ประธานาธิบดีในขณะนั้น วิกเตอร์ ยานูโควิช ปฏิเสธที่จะลงนามในข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป แต่กลับเลือกที่จะกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ต่อมาในปี 2014 เขาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและการป้องกันประเทศของยูเครน
เรียบเรียงจาก CNN