ทางการโรมาเนียออกมาประณาม “การกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ” ของรัสเซีย หลังจากกล่าวหาว่า โดรนของรัสเซียลำหนึ่งได้รุกล้ำน่านฟ้าโรมาเนียระหว่างการโจมตียูเครน ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นบิน
กระทรวงกลาโหมโรมาเนียระบุว่า โดรนของรัสเซียที่ใช้ในการโจมตียูเครนได้รุกล้ำน่านฟ้าโรมาเนียเมื่อเวลา 18.05 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่โปแลนด์ยิงโดรนของรัสเซียที่รุกล้ำน่านฟ้าของตนตกเมื่อต้นสัปดาห์
กระทรวงฯ ระบุว่า โดรนลำดังกล่าวถูกสกัดกั้นโดยเครื่องบินขับไล่ F-16 สองลำ ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนทางอากาศทางตอนเหนือของโดบรูจา โดยเกือบจะถูกยิงตก แต่ออกจากน่านฟ้าไปเสียก่อน
โดรนดังกล่าวบินอยู่ในน่านฟ้าโรมาเนียเป็นเวลาประมาณ 50 นาที ก่อนจะออกไปจากน่านโรมาเนียใกล้เมืองปาร์ดินา ทางตอนเหนือของเมืองโดบรูจา มุ่งหน้าสู่ยูเครน
กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว
เครื่องบินขับไล่ F-16 มองเห็นโดรนทั้งทางสายตาและเรดาร์ นักบินได้รับอนุญาตให้ยิงโดรนตก แต่ตัดสินใจไม่ยิงหลังจากประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
แถลงการณ์ระบุว่า “กระทรวงกลาโหมโรมาเนียขอประณามการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบของสหพันธรัฐรัสเซียอย่างหนักแน่น และย้ำว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความท้าทายครั้งใหม่ต่อความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคทะเลดำ”
กระทรวงกลาโหมเสริมว่า เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึง “การขาดความเคารพต่อบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ” ของรัสเซีย นอกจากนี้ยังเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของพลเมืองโรมาเนียและความมั่นคงโดยรวมของนาโต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโรมาเนียได้เรียกตัว วลาดิเมียร์ ลิปาเยฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำโรมาเนียเข้าพบเมื่อวันที่ 14 ก.ย.
ลิปาเยฟปฏิเสธข้อกล่าวหาของโรมาเนีย และเรียกเหตุการณ์นี้ว่า เป็น “การยั่วยุอีกครั้งหนึ่งของรัฐบาลยูเครน”
คายา คัลลาส ผู้แทนระดับสูงด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของสหภาพยุโรป ประณามการละเมิดน่านฟ้าโรมาเนียว่าเป็น “การละเมิดอธิปไตยของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ยอมรับไม่ได้อีกครั้ง”
ขณะที่ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระบุว่า “โรมาเนียได้ส่งเครื่องบินรบขึ้นบินอย่างรวดเร็วเนื่องจากโดรนของรัสเซียบินอยู่ในน่านฟ้า จากข้อมูลปัจจุบัน โดรนลำดังกล่าวได้บินเข้าไปในดินแดนโรมาเนียได้ประมาณ 10 กิโลเมตร และบินอยู่ในน่านฟ้าของนาโตเป็นเวลาประมาณ 50 นาที”
จากเหตุการณ์ดังกล่าว เซเลนสกีย้ำถึงการเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรรัสเซียและการป้องกันร่วมกัน “อย่ารอให้มีขีปนาวุธหลายสิบลูกเกิดขึ้นก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย”
เรียบเรียงจาก CNN