นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่นครเยรูซาเลมเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า "ทุกประเทศมีสิทธิ์ป้องกันตัวเองนอกชายพรมแดนของตน และผู้นำกลุ่มฮามาสจะไม่มีทางรอดพ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม"
การที่อิสราเอลโจมตีกรุงโดฮาของกาตาร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. โดยอ้างว่ามุ่งเป้าไปที่ผู้นำฮามาส จุดกระแสความไม่พอใจจากนานาชาติ และเรียกเสียงวิจารณ์จากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์
ถ้อยแถลงของเนทันยาฮูมีขึ้นไม่กี่วันหลังจากทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์ได้ให้คำมั่นกับกาตาร์ว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกบนแผ่นดินของพวกเขา
ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงการสนับสนุนเนทันยาฮูอย่างเต็มที่ระหว่างการเยือนอิสราเอล โดยกล่าวว่า สิ่งที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญลำดับต้น ๆ คือการปล่อยตัวตัวประกันชาวอิสราเอล และการทำลายกลุ่มฮามาส
ในการแถลงร่วมกับเนทันยาฮู รูบิโอไม่ได้พูดถึงความเป็นไปได้ในการหยุดยิง และไม่ได้กล่าวย้ำถึงคำวิจารณ์ก่อนหน้านี้ที่มีต่ออิสราเอลเกี่ยวกับการโจมตีในกรุงโดฮา
นอกจากนี้ รูบิโอยังเรียกร้องกาตาร์ดำเนินบทบาทที่สร้างสรรค์ในการแก้ไขความขัดแย้งในกาซาต่อไป
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศว่า รูบิโอจะแวะที่กรุงโดฮาในวันที่ 16 ก.ย. ระหว่างเดินทางต่อไปกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
ขณะเดียวกัน ผู้นำชาติอาหรับและมุสลิมกว่า 30 ชาติ ได้ประชุมฉุกเฉินที่กรุงโดฮาเมื่อวันที่ 15 ก.ย. โดยออกแถลงการณ์สนับสนุนกาตาร์ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ กดดันอิสราเอลมากกว่านี้
ด้าน ชีค ทามิม บิน ฮามัด อัล-ธานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ กล่าวกับผู้นำชาติอาหรับและมุสลิมระหว่างการประชุม โดยประณามการโจมตีของอิสราเอล และระบุว่า เป้าหมายของอิสราเอลในการโจมตีดังกล่าวคือ เพื่อขัดขวางการเจรจาหยุดยิงในกาซา