วันที่ 24 ก.ย. ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” (Ragasa) พายุไซโคลนเขตร้อนที่ทรงพลังที่สุดในปีนี้ พัดถล่มฮ่องกง ทำให้เกิดลมกรรโชกแรงและฝนตกหนัก ขณะที่ฝนตกหนักในไต้หวันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 14 ราย
ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. ไต้หวันได้รับผลกระทบจากขอบนอกของพายุไต้ฝุ่นรากาซา ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักบนเกาะ ขณะที่เส้นทางเคลื่อนตัวลงสู่ชายฝั่งทางตอนใต้ของจีน
เจ้าหน้าที่ไต้หวันประกาศว่า สันดอนทะเลสาบ (Barrier Lake) ในเขตฮวาเหลียน ทางตะวันออกของไต้หวัน ที่เกิดจากฝนตกหนักก่อนหน้านี้ ได้แตกออก ทำให้น้ำทะลักเอ่อล้นและก่อให้เกิดน้ำท่วมไหลบ่าสู่เมืองกวงฟู่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย และสูญหาย 124 ราย
หลี่ กวนถิง เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลเขตฮวาเหลียน กล่าวว่า “ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 24 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น (08.00 ตามเวลาประเทศไทย) มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 14 ราย และบาดเจ็บ 18 ราย”
หน่วยดับเพลิงไต้หวันรายงานว่า ณ วันที่ 24 ก.ย. ยังมีผู้สูญหาย 124 คนในเขตฮวาเหลียน
ด้านฮ่องกงและบางส่วนของภาคใต้ของจีนอยู่ในภาวะเฝ้าระวังขั้นสูงสุด ขณะที่พายุรากาซากำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พร้อมกับลมแรงและฝนตกหนัก ทำให้ทางการจีนต้องปิดโรงเรียนและธุรกิจในอย่างน้อย 10 เมือง
ในฮ่องกง โรงเรียนจะถูกสั่งปิดในวันที่ 23-24 ก.ย. และไม่มีเที่ยวบินออกจากฮ่องกงหลัง 18.00 น. ของวันที่ 23 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ถนนหลายสายถูกปิดตาย เนื่องจากทางการสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน คลื่นยักษ์ซัดเข้าชายฝั่งตะวันออกและใต้ของเมือง ทำให้ถนนบางสายจมอยู่ใต้น้ำ
ทางการฮ่องกงยังได้เตือนถึงระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดยระบุว่าอาจใกล้เคียงกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงพายุไต้ฝุ่นฮาโตะในปี 2017 และพายุไต้ฝุ่นมังคุดในปี 2018 ซึ่งทั้งสองครั้งสร้างความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
พายุรากาซาซึ่งมีความเร็วลมสูงสุด 190-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าจะยังคงมีความรุนแรงระดับซูเปอร์ไต้ฝุ่น ขณะที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งมณฑลกวางตุ้งของจีน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรมากกว่า 125 ล้านคน
ในมณฑลกวางตุ้งของจีน เจ้าหน้าที่ได้อพยพประชาชนกว่า 770,000 คนแล้ว โรงเรียน และบริการขนส่งต่างๆ รวมถึงรถไฟความเร็วสูง ถูกปิดให้บริการ ขณะที่เที่ยวบินถูกยกเลิกที่สนามบินที่พลุกพล่านที่สุดในภูมิภาคอย่างกว่างโจวและเซินเจิ้น
สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า กระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉินได้จัดส่งเต็นท์ เตียงพับ อุปกรณ์ไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์กู้ภัยอื่น ๆ หลายหมื่นชิ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ย. เพื่อเตรียมรับสถานการณ์
เรียบเรียงจาก Reuters / The Guardian