เมื่อวันที่ 29 ก.ย. สถานทูตสหรัฐฯ ในกัมพูชาระบุว่า สหรัฐฯ จะมอบเงิน 675,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 21 ล้านบาท สำหรับโครงการกู้ทุ่นระเบิดในกัมพูชา
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศระงับการให้ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศ จนทำให้เกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อโครงการดังกล่าวด้วย
ในกัมพูชา คาดมีทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงานระหว่าง 4 ล้านถึง 6 ล้านชิ้น กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ชนบท จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1970 ถึง 1998
นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมือง มีประชาชนเกือบ 20,000 คนเสียชีวิต และราว 45,000 คน ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธสงครามที่ตกค้าง แม้โครงการกู้ทุ่นระเบิดของกัมพูชาจะมีชื่อเสียงในระดับโลกได้ด้านประสิทธิภาพ
ตั้งแต่ปี 1993 สหรัฐฯ ได้สนับสนุนเงินกว่า 220 ล้านดอลลาร์ สำหรับการกู้ทุ่นระเบิด และได้ร่วมมือกับองค์กร Norwegian People’s Aid หรือเอ็นพีเอ (NPA) และศูนย์ปฏิบัติการกู้ทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา (CMAC)
เฮง รัตนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการกู้ทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา (CMAC) กล่าวว่า หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับความช่วยเหลือในเดือนกุมภาพันธ์ สหรัฐฯ ได้ออกข้อยกเว้นพิเศษ อนุญาตให้ความช่วยเหลือที่กำหนดไว้แล้ว 6.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถดำเนินต่อไปได้จนถึงเดือนพฤศจิกายน
ขณะที่เงินทุนก้อนใหม่จะถูกนำไปใช้สำหรับปฏิบัติการกู้ทุ่นระเบิดระหว่างเดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนเมษายนปีหน้า พร้อมแสดงความหวังว่าการเยือนล่าสุดของสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ และการลงนามในข้อตกลงเงินทุนสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง
พันธมิตรของกัมพูชาอย่างจีน ซึ่งกำลังพยายามเพิ่มบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ได้ประชาสัมพันธ์การสนับสนุนโครงการกู้ทุ่นระเบิดในกัมพูชาเช่นกัน