เมื่อวันที่ 1 ต.ค. สำนักข่าว Wall Street Journal รายงานว่า สหรัฐฯ จะจัดหาข่าวกรองแก่ยูเครน เพื่อให้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล รวมถึงกำลังพิจารณาว่า จะส่งอาวุธที่ยูเครนสามารถโจมตีเป้าหมายได้มากขึ้นหรือไม่
สหรัฐฯ ได้แบ่งปันข่าวกรองกับยูเครนมาเป็นเวลานานแล้ว แต่รายงานล่าสุดระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้จะทำให้ยูเครนโจมตีโรงกลั่น ท่อส่งน้ำมัน โรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น เพื่อขัดขวางรายได้และการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย
Wall Street Journal รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กำลังขอให้พันธมิตรนาโตให้การสนับสนุนในลักษณะเดียวกัน
ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กดดันให้ประเทศในยุโรปยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย แลกกับข้อตกลงที่จะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างเข้มงวด เพื่อพยายามระงับเงินทุนสำหรับการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
การอนุมัติข่าวกรองเพิ่มเติมนี้เกิดขึ้นไม่นานก่อนที่ทรัมป์จะโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยระบุว่า ยูเครนสามารถยึดคืนดินแดนทั้งหมดที่รัสเซียยึดครองไว้ได้ ซึ่งถือเป็นการแสดงท่าทีเข้าข้างยูเครนอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่ทรัมป์เคยทำ
“หลังจากเห็นปัญหาเศรษฐกิจ ที่สงครามกำลังก่อให้เกิดกับรัสเซีย ผมคิดว่ายูเครน ด้วยการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป อยู่ในสถานะที่สามารถต่อสู้และยึดครองยูเครนทั้งหมดกลับคืนสู่รูปแบบเดิมได้” ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ไม่นานหลังจากพบกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี
ในส่วนของความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มเติม สหรัฐฯ กำลังพิจารณาคำขอของยูเครนเพื่อขอซื้อโทมาฮอว์ก ซึ่งมีพิสัยการยิง 2,500 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอที่จะโจมตีมอสโกและพื้นที่รัสเซียส่วนใหญ่ได้หากยิงจากยูเครน
ยูเครนยังได้พัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลของตนเองที่ชื่อว่าฟลามิงโก ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าจะมีปริมาณเท่าใด เนื่องจากขีปนาวุธนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้นการผลิต
เจ้าหน้าที่บอกกับ Wall Street Journal ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาจะให้ความช่วยเหลือในการโจมตีระยะไกลของยูเครนในดินแดนรัสเซียดดยมีเป้าหมายเป็นโครงสร้างด้านพลังงาน
รายได้จากพลังงานยังคงเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญที่สุดของรัสเซียในการทำสงคราม ทำให้การส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกลายเป็นเป้าหมายหลักของมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก
ทรัมป์ได้ดำเนินการเพื่อกำหนดอัตราภาษีนำเข้าเพิ่มเติมสำหรับสินค้านำเข้าจากอินเดีย เพื่อกดดันให้อินเดียระงับการซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย และล็อบบี้ให้ประเทศต่าง ๆ เช่น ตุรกี ระงับการซื้อน้ำมันจากรัสเซียด้วยเช่นกัน
เรียบเรียงจาก Reuters