อัศจรรย์ธรรมชาติ! “น้ำตกเอเทอร์นัลเฟลม” น้ำตกที่มีเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ นั่นคือ “น้ำตกเอเทอร์นัลเฟลม” ซึ่งไฟที่ไม่มีวันดับและสายน้ำที่ไหลรินอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว

ว่ากันว่าน้ำกับไฟเป็นของที่อยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่กับ “น้ำตกเอเทอร์นัลเฟลม” (Eternal Flame Falls) ในรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ

มันคือน้ำตกที่มี “เปลวไฟที่ไม่มีวันดับ” ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก

น้ำตกแห่งนี้มีความสูงประมาณ 9 เมตร ประกอบด้วยสองชั้น ชั้นหนึ่งอยู่ด้านบนสูง 2.5 เมตร และอีกชั้นหนึ่งอยู่ที่ฐาน น้ำตกไหลผ่านชั้นหินดินดาน ซึ่งเป็นหินตะกอนชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยดินเหนียวอัดแน่น ตะกอนดินโคลน โคลน และอินทรียวัตถุ

“น้ำตกเอเทอร์นัลเฟลม” น้ำตกที่มีเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ Shutterstock/Jay Ondreicka
“น้ำตกเอเทอร์นัลเฟลม” น้ำตกที่มีเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ

ตามชื่อของมัน น้ำตกเอเทอร์นัลเฟลมมีไฟที่ลุกไหม้อย่างต่อเนื่องด้านหลังน้ำตก เปลวไฟขนาดเล็กนี้สูงถึง 20 เซนติเมตร และได้รับการปกป้องจากละอองน้ำและลมด้วยผนังถ้ำเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ

อากาศรอบ ๆ น้ำตกเอเทอร์นัลเฟลมเต็มไปด้วยกลิ่นเหมือนไข่เน่า นั่นเป็นเพราะน้ำตกแห่งนี้ล้อมรอบด้วยก๊าซธรรมชาติที่ไหลซึมออกมา ซึ่งปล่อยไฮโดรเจนซัลไฟด์ มีเทน และก๊าซอื่น ๆ และแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดอยู่ใต้เปลวไฟนิรันดร์โดยตรง

ก๊าซอย่างเช่นมีเทนสามารถติดไฟได้ง่าย และด้วยถ้ำเล็ก ๆ ที่มีที่กำบัง ทำให้ก๊าซธรรมชาติที่ไหลออกมาสามารถติดไฟได้ด้วยไม้ขีดไฟหรือไฟแช็กและเผาไหม้อย่างถาวร

ก๊าซธรรมชาติที่ไหลซึมออกมารอบ ๆ น้ำตกเอเทอร์นัลเฟลมไม่ได้รับการป้องกันในลักษณะเดียวกัน ดังนั้นการจุดไฟจะไม่ทำให้เกิดไฟไหม้ที่ยั่งยืน ก๊าซธรรมชาติที่ไหลซึมออกมาเหล่านี้จะมองไม่เห็น เว้นแต่ว่าจะอยู่ที่ก้นลำธารและแอ่งน้ำใกล้กับน้ำตก ซึ่งในกรณีนี้จะสามารถมองเห็นก๊าซที่กำลังเดือดปุด ๆ ได้

ก๊าซธรรมชาติที่น้ำตกเอเทอร์นัลเฟลมมีต้นกำเนิดมาจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ในชั้นหินดินดานที่ถูกฝังอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก๊าซจากชั้นหินดินดานฮันโนเวอร์ ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงยุคดีโวเนียน (419.2 ล้านปีก่อน ถึง 358.9 ล้านปีก่อน)

อินทรียวัตถุที่สลายตัวในชั้นหินหนา 27.5 เมตรนี้จะปล่อยก๊าซที่สะสมอยู่ใต้ดินออกมา เมื่อความดันเพิ่มขึ้น ก๊าซเหล่านี้จะไหลออกทางรอยแยกในหินและดินด้านบน ทำให้เกิดการซึมขึ้นสู่ผิวน้ำ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมน้ำตกเอเทอร์นัลเฟลมคือต้นฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากน้ำตกมักจะแห้งเหือดในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง ในขณะเดียวกัน ไฟที่ไม่มีวันดับจะลุกโชนเป็นพิเศษในฤดูร้อน แต่จะดูสวยงามกว่าในฤดูใบไม้ผลิ เพราะน้ำตกกระจายแสงเหมือนโคมไฟ ก่อให้เกิดแสงเรืองรองที่แปลกตา

น้ำตกเอเทอร์นัลเฟลมได้รับน้ำจากลำธารเชลครีก ซึ่งไหลมาบรรจบกับลำน้ำอีกสายหนึ่งชื่อเอททีนไมล์ครีก ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร จากนั้นน้ำจะไหลลงสู่ทะเลสาบอีรี

 

เรียบเรียงจาก Live Science

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ