บอริส พิสทอเรียส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนี เรียกร้องรัฐบาลยกระดับมาตรการทางทหาร รวมทั้งซื้อยุทโธปกรณ์มูลค่าหลายพันล้านยูโร เพื่อรับมือกับรัสเซียที่อาจเปิดฉากโจมตีชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (NATO) ในปี 2026
พิสทอเรียสระบุว่า แม้หน่วยข่าวกรองและผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารจะประเมินว่าการโจมตีชาติสมาชิกนาโต น่าจะเกิดขึ้นในปี 2028 หรือ 2029 แต่บางส่วนยังเชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่ชาติสมาชิกนาโตจะได้เห็นสันติภาพ
พิสทอเรียสยังเตือนว่า เยอรมนีต้องตอบโต้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ด้วยการเสริมสร้างขีดความสามารถทางการทหาร พร้อมทั้งชี้แจงว่าหลายโครงการทางทหารที่รัฐบาลดำเนินการในขณะนี้ กำลังมีความคืบหน้า ทั้งการจัดซื้อโดรน การเพิ่มจำนวนกำลังพลสำรองให้ได้ถึง 200,000 นาย ภายในปี 2030 และการปรับปรุงสะพานอีกหลายแห่ง หากเยอรมนีถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์
ด้านชาติตะวันตก เช่น สหภาพยุโรป หรืออียู พยายามเพิ่มรายจ่ายทางทหารผ่านหลากหลายโครงการ เช่น โครงการ "รีอาร์ม ยุโรป" (ReArm Europe) ที่วางแผนใช้เงินถึง 900,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 30 ล้านล้านบาท ในการซื้อยุทโธปกรณ์ ส่วนชาติสมาชิกนาโตให้สัญญาว่าจะจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมให้ถึงสัดส่วน 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือ GDP
ขณะที่รัฐบาลรัสเซียยืนยันว่า ไม่มีนโยบายโจมตีชาติสมาชิกนาโต พร้อมทั้งวิจารณ์ชาติตะวันตกว่าพยายามวาดภาพให้รัสเซียเป็นอสูรร้าย เพื่อยกระดับความตึงเครียด เพิ่มงบประมาณด้านการทหาร และเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ
ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียวิจารณ์ว่า คำพูดของพิสทอเรียสไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และอาจทำให้รัสเซียต้องดำเนินมาตรการปกป้องตนเอง
ที่ผ่านมารัฐบาลรัสเซียได้แสดงความกังวลต่อความเคลื่อนไหวทางทหารของชาติสมาชิกนาโตตามแนวชายแดนด้านตะวันตกของประเทศ การเสริมกำลังในภูมิภาคยุโรปตะวันออก และการซ้อมรบที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
โดยรัฐบาลรัสเซียยืนยันว่าไม่เคยคุกคามประเทศใด แต่ก็จะไม่เพิกเฉยต่อการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ